7 ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าระดับมือโปร ปิดดีลได้ทุกสถานการณ์!

7 ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าระดับมือโปร ปิดดีลได้ทุกสถานการณ์!

ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้า ออนไลน์
ในยุคที่การสนทนากับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์กลายเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าที่พร้อมซื้อตั้งแต่นาทีแรกที่ทักแชท ซึ่งถ้าเราตอบช้าหรือตอบได้ไม่ดีก็อาจจะเสียยอดขายไปเลยในพริบตา แต่การจะตอบแชทให้ถูกใจลูกค้าก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป

วันนี้ SellStory จึงมาอัปเดต 7 ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าแบบมืออาชีพ 2025 ให้ทีมแอดมินหรือเซลของคุณพร้อมรับมือลูกค้าในทุกสถานการณ์ เปลี่ยนการตอบแชทลูกค้าที่แสนธรรมดา ให้กลายเป็นโอกาสขาย!

เลือกอ่านจากสารบัญ

7 ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าให้ยอดขายพุ่งกระฉูด!

วิธีตอบแชทลูกค้าในแต่ละสถานการณ์

1. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าทักมาเป็นครั้งแรก


ตัวอย่างสถานการณ์:
ลูกค้าทักเข้ามาแบบสั้น ๆ เช่น “สวัสดีค่ะ” “ยังมีสินค้าไหมคะ” “สนใจสินค้าค่ะ”
ตัวอย่างการตอบ: “สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะคะ สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าหรือโปรโมชันตัวไหนเพิ่มเติมแจ้งได้เลยค่ะ เรายินดีให้บริการค่ะ”

ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าทักมาเป็นครั้งแรก จาก sellstory

เริ่มต้นด้วยการเปิดบทสนทนากับลูกค้าอย่างเป็นมิตร พร้อมเปิดทางให้ลูกค้าบอกความต้องการ เพราะการตอบกลับด้วยความสุภาพอย่างรวดเร็วและเชิญชวนให้ลูกค้าพูดต่อ เป็นการเปิดใจลูกค้าให้รู้สึกว่าได้รับการดูแลและความใส่ใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอีกฝั่งยังไม่ได้ถามคำถามเฉพาะเจาะจง การส่งสัญญาณเชิงบวกเช่นนี้จะช่วยให้ลูกค้ากล้าเริ่มบทสนทนา และกลายเป็นดีลต่อไปได้ง่ายขึ้น

2. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าบอกว่าสินค้าแพงไป


ตัวอย่างสถานการณ์:
“ทำไมแพงจัง” “เห็นร้านอื่นขายถูกกว่าอีก”
ตัวอย่างการตอบ: “สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะคะ สินค้าของเราเป็นของแท้ 100% พร้อมบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพทุกชิ้น หากรู้สึกว่าราคานี้สูงเกินไป สามารถดูโปรโมชันพิเศษประจำเดือนนี้หรือสมัครสมาชิกเพื่อราคาที่ถูกลงได้เลยนะคะ”

ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าบอกว่าสินค้าแพงไป จาก sellstory

เมื่อลูกค้าบอกว่าราคาสินค้าของเราสูงหรือแพงเกินไป ก่อนจะรีบลดราคา ลองหันมาสื่อสารคุณค่าและสิ่งที่ลูกค้าจะได้มากกว่าการซื้อของถูกแทน การตอบแบบนี้จะช่วยรักษาราคามาตรฐาน และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามองเห็นความคุ้มค่าในภาพรวม

3. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าต่อราคา


ตัวอย่างสถานการณ์:
“ลดได้ไหม?” “มีอะไรแถมไหม?”
ตัวอย่างการตอบ: “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ตอนนี้เรามีโปรพิเศษ ซื้อครบ 3,000 บาท แถมฟรีสินค้าที่ร่วมรายการ พร้อมจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำค่ะ หากลูกค้าสนใจ เดี๋ยวแอดมินสรุปให้ได้เลยค่ะ คุ้มกว่าโปรลดราคาทั่วไปเลยนะคะ”

ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าต่อราคา จาก sellstory

ลูกค้ามักจะชอบความรู้สึกที่ ได้มากกว่าเดิม ดังนั้น การเสนอของแถมหรือดีลพิเศษจึงดึงดูดใจกว่าการลดราคาเฉย ๆ และยังช่วยเพิ่มมูลค่าต่อบิลได้โดยไม่ลดกำไรอีกด้วย

4. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าโมโห โวยวาย จากการเข้าใจผิด


ตัวอย่างสถานการณ์:
“ทำไมยังไม่ตอบ จะไม่รับผิดชอบใช่ไหม!” “บริการแย่มาก!”
ตัวอย่างการตอบ: “ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และเสียใจที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีนะคะ แอดมินจะรีบตรวจสอบและดูแลให้ทันที รบกวนขอชื่อหรือหมายเลขคำสั่งซื้อ  เพื่อการตรวจสอบที่รวดเร็วค่ะ”

ตัวอย่างการตอบแชทคอมเพลนลูกค้า จาก sellstory

เมื่อลูกค้าคอมเพลนด้วยความโมโห ลูกค้าจะไม่ต้องการให้เราเถียงหรือลบล้างความรู้สึกของเขา แต่ต้องการคนรับฟัง และความรับผิดชอบ การขอโทษอย่างจริงใจและแสดงความเข้าใจในปัญหาของลูกค้า รวมถึงพยายามใจเย็นจะช่วยลดความไม่พอใจ และแสดงความตั้งใจที่จะช่วยเหลืออย่างมืออาชีพทันที

5. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าถามหาสินค้าหรือโปรโมชันที่หมดไปแล้ว


ตัวอย่างสถานการณ์:
“ยังมีโปรตัวนี้ไหม?” “ยังมีของอยู่ไหม?”
ตัวอย่างการตอบ: “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ต้องขออภัยด้วยนะคะ สินค้ารุ่นนี้หมดแล้ว และโปรโมชันนี้สิ้นสุดไปแล้วค่ะ ทางร้านมีสินค้าใกล้เคียงและโปรโมชันใหม่ที่คุ้มค่าไม่แพ้กัน ยินดีแนะนำเพิ่มเติมได้ค่ะ ส่วนสินค้าที่คุณลูกค้าต้องการจะเติมของใหม่ในอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้าค่ะ หากคุณลูกค้าสนใจรอ ทางเราจะรีบแจ้งในวันที่เติมของแล้วเลยค่ะ”

ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าถามหาสินค้าหรือโปรโมชันที่หมดไปแล้ว จาก sellstory

เมื่อลูกค้าแสดงความสนใจในสินค้าหรือโปรโมชันที่หมดไปแล้ว อย่าปล่อยให้บทสนทนาหยุดแค่คำว่า หมด แต่ควรหาทางเลือกให้ลูกค้า ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเสียเวลาหรือหมดความคาดหวังกับร้าน และเพื่อให้ยังมีโอกาสปิดการขาย

6. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าคอมเพลนว่าส่งของช้า หรือยังไม่ได้รับของ


ตัวอย่างสถานการณ์:
“สั่งไปนานแล้ว ทำไมถึงยังไม่จัดส่ง?” “ยังไม่ได้ของเลย”
ตัวอย่างการตอบ: “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ต้องขออภัยในความล่าช้าด้วยนะคะ ทางเราจัดส่งสินค้าเมื่อวันที่ 2 และได้ตรวจสอบกับบริษัทขนส่งแล้ว พบว่าสินค้าในช่วงเวลานั้นจะถูกจัดส่งล่าช้ากว่าที่ควร หากภายใน 1-2 วันยังไม่ถึง ทางเราจะดำเนินการประสานกับขนส่งเพื่อเร่งติดตามให้อีกครั้ง และขออนุญาตมอบคูปองส่งฟรีสำหรับการซื้อสินค้าครั้งหน้าให้กับคุณลูกค้านะคะ”

ตัวอย่างการตอบแชทคอมเพลนลูกค้าว่าส่งของช้า หรือยังไม่ได้รับของ จาก sellstory

ควรเริ่มด้วยการขอโทษอย่างจริงใจ แม้จะเป็นความผิดของส่วนอื่นก็ตาม พร้อมอธิบายสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ นำเสนอการชดเชย เพราะลูกค้าไม่อยากได้ยินแค่การรับปากว่าจะตรวจสอบให้ลอย ๆ แต่ต้องการข้อมูลที่ชัดเจน และแผนแก้ไขที่มั่นใจได้ การให้ไทม์ไลน์ที่แน่นอนจะช่วยลดความกังวล และรักษาความน่าเชื่อถือของร้านไว้

7. การตอบแชทลูกค้าเมื่อลูกค้าคอมเพลนว่าส่งของผิด หรือลืมส่งของแถมให้


ตัวอย่างสถานการณ์:
“ที่สั่งไปไม่ใช่อันนี้ ร้านส่งของผิดหรือเปล่า?” “ไหนบอกว่าโปรนี้จะได้ของแถมด้วย”
ตัวอย่างการตอบ: “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ต้องขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อผิดพลาดจากฝั่งเรา และจะรีบดำเนินการแก้ไขให้ทันที โดยจะจัดส่งสินค้าใหม่ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ”

ตัวอย่างการตอบแชทคอมเพลนลูกค้าเมื่อลูกค้าคอมเพลนว่าส่งของผิด หรือลืมส่งของแถมให้ จาก sellstory

การยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา แสดงถึงความโปร่งใสและจริงใจ จะช่วยกู้ความเชื่อมั่นได้เร็วกว่าการหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ รวมถึงเสนอการชดเชยทันที จะช่วยเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการสร้างความประทับใจได้

ตอบแชทลูกค้าจาก line, facebook messenger, instagram direct message ด้วยระบบรวมแชท sellstory

สถานการณ์ไหนก็ตอบแชทลูกค้าได้ไม่หวั่น ด้วยระบบรวมแชท จาก SellStory

แม้มีคำตอบที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าแชทมาจากหลายที่พร้อมกันแล้วตอบไม่ทัน หรือตอบผิดคน ก็อาจเสียดีลไปได้ง่าย ๆระบบรวมแชทจาก SellStory CRM & Sales Management ช่วยให้คุณตอบแชทลูกค้าได้เร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทุกช่องทางไว้ในหน้าเดียว ตอบได้เร็ว ไม่มีสะดุด แชร์หน้าที่ให้ทีมแอดมิน-เซลทำงานร่วมกันได้ พร้อมด้วยระบบบันทึกประวัติลูกค้า และ Chatbot ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ตอบได้ทันที 24/7 สร้างความประทับใจให้ลูกค้าตั้งแต่แรกทัก!

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยให้การตอบแชทลูกค้ามีประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ พร้อมทั้งการบริหารจัดการงานขายที่รวดเร็วและครอบคลุมทดลองใช้ SellStory ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 และแอดไลน์@sellstory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำความเข้าใจพฤติกรรม

Customer Segmentation คืออะไร? แบ่งกลุ่มลูกค้าบริหารความสัมพันธ์

ในโลกของการทำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นออกมา ล้วนทำมาเพื่อตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งหมด แน่นอนว่าการทำธุรกิจด้วยการมุ่งเป้าให้ทุกคนกลายเป็นลูกค้าของเรา เป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง แม้ทุกคนจะมีความต้องการที่เหมือนกัน แต่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เลือกก็ยังคงแตกต่างกันอยู่เสมอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความซับซ้อนทางความคิดและพฤติกรรม

การทำ Customer Segmentation เพื่อทำความเข้าใจและแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อให้เรารู้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนเหมาะสมที่จะเป็นลูกค้าที่แท้จริงของเรา แล้วเราต้องทำอย่างไรในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเอาไว้ในระยะยาว

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Segmentation หรือการแบ่งแยกประเภทฐานลูกค้า เพื่อช่วยการ Approach งานขายได้อย่างเป็นระบบ และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้หากมีโปรแกรมระบบ CRM ที่ดี ช่วยให้ทีมขายช่วยจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามงานขาย การตั้งเป้าหมายการขาย รวมไปถึงการรักษาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
วิธีการตั้งเป้ายอดขายเพื่อการทำงานที่เป็นระบบ

Sales Target คืออะไร? ตั้งยอดขายให้เป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย

ยอดขาย เป็นสิ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนและทำให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ การจะสร้างยอดขายให้กับองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์การทำงานอย่างชัดเจน นั้นก็คือ Sales Target ที่อาศัยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า บริการ ลูกค้า กำลังการผลิต ความสามารถของพนักงาน ร่วมกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้ได้ Sales Target Plan ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายมากที่สุด

บทความนี้ SellStory จะมาอธิบายถึงวิธีการตั้งเป้ายอดขายที่น่าสนใจ พร้อมเปรียบเทียบ Sales Target และ Sales Forecast ที่หลายคนมักสับสน รวมถึง ระบบ CRM & Sales Managementที่จะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน ให้พนักงานมุ่งมั่นกับการสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าอย่างเต็มที่

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย เป็นสิ่งที่นักขายควรทำ เพราะช่วยให้เราเห็นเป้าหมาย และรู้วิธีการวางแผนการขายแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้หากมีระบบจัดการงานขายที่ดี จะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างราบรื่น
ความพึงพอใจของลูกค้าสำคัญอย่างไร

Customer Satisfaction คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง สิ่งสำคัญที่ต้องตามหาและรักษาเอาไว้ให้ดี คือ ลูกค้า เพราะลูกค้าคือกุญแจสำคัญในการสร้างยอดขาย และเป็นปัจจัยในการพัฒนากลยุทธ์ของธุรกิจ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า “การรักษาฐานลูกค้าเก่านั้น ยากยิ่งกว่าการหาลูกค้าใหม่” การให้ความสำคัญกับ Customer Satisfaction หรือ ความพึงพอใจของลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องพัฒนาเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

SellStory เข้าใจถึงความสำคัญในการดูแล และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อแนะนำวิธีการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิธีคำนวณอัตราความพึงพอใจ และเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกขั้นตอนสำเร็จไปได้ด้วยดี

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Satisfaction หรือความพึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมต่อยอดสู่การหาลูกค้าใหม่ผ่านการรับฟังและวิเคราะห์ Feedback อย่างจริงจัง เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา และยกระดับการบริการ เพิ่มประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ