พฤติกรรมผู้บริโภค คืออะไร? สำคัญอย่างไรในยุคที่มีการแข่งขันสูง

พฤติกรรมผู้บริโภค คืออะไร? สำคัญอย่างไรในยุคที่มีการแข่งขันสูง

ทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค
สิ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior) คือ มีเพียงฝ่ายการตลาดเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบในการวิเคราะห์ เพื่อมองหาความต้องการ และคิดค้นสินค้าหรือคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า แต่ในปัจจุบันการทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นสิ่งที่ต้องทำร่วมกันทั้งองค์กร เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างตรงประเด็น โดยเฉพาะฝ่ายขายและแอดมิน ที่มีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด

ในบทความนี้ SellStory มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมวิธีวิเคราะห์แบบที่ทุกคนสามารถทำตามได้ เพื่อความเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า การเข้าใจและวิเคราะห์ พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสปิดการขายและรักษาฐานลูกค้าในยุคแข่งขันสูง ปี 2026 ดังนั้นความจริงใจและความรวดเร็วจะช่วยให้ธุรกิจตอบโจทย์และมัดใจลูกค้าได้

เลือกอ่านจากสารบัญ

พฤติกรรมผู้บริโภค มีอะไรบ้าง?

พฤติกรรมผู้บริโภค คือ การกระทำหรือกระบวนการใด ๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ โดยถูกหล่อหลอมมาจากทั้งสังคม ปัญหา วัฒนธรรม ฯลฯ จนก่อเกิดมาเป็นพฤติกรรมผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น คนญี่ปุ่นนิยมใส่เสื้อผ้าที่ดำ เทา ขาว เนื่องจากวัฒนธรรมที่เน้นความเป็นทางการ และมีกรอบทางความคิดสูง ในขณะที่คนไทยนิยมใส่เสื้อผ้าหลากสีสัน เพราะมีอิสระทางความคิดและการกระทำมากกว่า แต่ก่อนจะลงลึกถึงเนื้อหาส่วนนี้ เรามาดูกันว่าพฤติกรรมผู้บริโภค มีอะไรบ้าง?

1. พฤติกรรมการซื้อแบบซับซ้อน (Complex buying behavior)

พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง และมีรายละเอียดในการพิจารณาเยอะ เช่น บ้าน รถยนต์ ระบบซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องมีการเปรียบเทียบความคุ้มค่า สเปกการใช้งาน ราคา สิทธิพิเศษ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ

2. พฤติกรรมการซื้อแบบลดความซับซ้อน (Dissonance-Reducing Purchasing Behavior)

พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง และมีรายละเอียดในการพิจารณาเยอะ เช่นเดียวกันกับแบบแรก แต่มีการพิจารณารายละเอียด และความแตกต่างระหว่างผู้ให้บริการแต่ละเจ้าน้อยลง เมื่อทำการสั่งซื้อแล้วอาจเกิดความลังเล เสียดาย และไม่มั่นใจได้ สิ่งที่ลูกค้าจะทำ คือ การมองหาบริการหลังการขายที่โดดเด่น หรือมองหาบทความเชิงบวกเกี่ยวกับสินค้าที่ซื้อมา

แนะนำบทความที่น่าสนใจ เพิ่มเติม Customer Service คืออะไร? ยังสำคัญกับธุรกิจในยุคดิจิทัลหรือไม่

3. พฤติกรรมการซื้อแบบปกตินิสัย (Habitual Buying Behavior)

พฤติกรรมการบริโภคตามความเคยชิน ลูกค้าส่วนมากไม่ได้ให้ความสำคัญกับแบรนด์มากนัก แต่จะตัดสินใจจากความโดดเด่นบนชั้นวาง หรือโปรโมชั่นพิเศษ ณ ตอนนั้น เช่น น้ำเปล่า ยาสีฟัน สบู่ การมีโปรโมชั่นที่ดี และแพ็กเกจจิ้งที่น่าสนใจจึงมีความสำคัญอย่างมาก

4. พฤติกรรมการซื้อแบบแสวงหาความหลากหลาย (Variety-Seeking Buying Behavior)

พฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบความหลากหลายและแปลกใหม่ นิยมเปลี่ยนแบรนด์บ่อย เช่น ขนม ลูกอม เครื่องดื่ม การตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ จึงออกมาในรูปแบบของการเสริมความพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การแถมของสะสมไปในขนม การปรับวิธีการให้บริการ เป็นต้น

ปัจจัยอะไรบ้าง ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค

จากที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้วว่า สิ่งที่หล่อหลอมมาให้เกิดเป็นพฤติกรรมได้นั้นมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ซื้อเอง (Customer) หรือผู้บริโภคที่แท้จริง (Consumer) ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อทั้งหมด ในหัวข้อนี้จะมาเจาะลึกเกี่ยวกับปัจจัยทั้ง 4 ข้อ ว่ามีอะไรบ้าง?

1. ปัจจัยส่วนบุคคล

ไม่ว่าจะเป็น อายุ อาชีพ สถานะทางการเงิน สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อรสนิยมและความจำเป็นที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น เด็กอายุ 10 ขวบ นิยมซื้อของเล่น หนังสือ ขนม และตุ๊กตา ในขณะที่ผู้ใหญ่อายุ 40 นิยมซื้ออาหารเสริม บ้าน และรถยนต์ การที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ได้ ก็จะสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และรูปแบบการสนทนาที่เหมาะสมได้

2. ปัจจัยทางสังคม

ครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อม และ Social Media ที่คอยหล่อหลอมให้เกิดความชอบ และความอยากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Influencers หรือ KOLs ที่มีส่วนอย่างมากในการสร้างเทรนด์ใหม่ ๆ ด้วยคอนเทนต์ประเภท Must Have Items, ป้ายยา และแนะนำของที่ใช้แล้วชอบ เป็นต้น

3. ปัจจัยทางจิตวิทยา

แรงจูงใจ การรับรู้ ภาพลักษณ์แบรนด์ ความเชื่อ และทัศนคติ เช่น การได้รับ Feedback จากลูกค้า (รีวิวเชิงบวกของสินค้า) แบรนด์ที่ทำกิจกรรม เพื่อสังคม รวมไปถึงการเจอคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดความอยากได้

4. ปัจจัยทางวัฒนธรรม

ค่านิยม ความเชื่อ วิถีชีวิต และชนชั้นทางสังคม ปัจจัยนี้ส่งผลอย่างมากต่อฝ่ายการตลาด ที่ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น เพราะความชอบและความนิยมส่วนใหญ่ มักเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มคนเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายใหญ่ เช่น กลุ่มเพื่อนมหาวิทยาลัยนิยมใช้กระเป๋า และรองเท้าแบรนด์เดียวกัน เมื่อมีการใช้เหมือน ๆ กันภายในกลุ่ม คนจากนอกกลุ่มเริ่มใช้ตาม จนกลายเป็นค่านิยมของทั้งมหาวิทยาลัย

เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค 2026 มีแนวโน้มเป็นอย่างไร?

เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดในทุก ๆ ปี สำหรับปี 2026 นี้ก็เช่นกัน สังเกตได้ว่าการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เริ่มมีความแตกต่างจากปีก่อน ๆ โดยข้อมูลจากหลายสื่อได้ทำการระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภค 2026 นี้ สามารถสรุปออกมาเป็นนิยามได้ทั้งหมด 3 คำ

เรียบง่าย และรวดเร็ว

เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาเพื่อสร้างความสะดวก และรวดเร็วให้แก่ผู้คนมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ลดลงคือความอดทน การมีขั้นตอนการสั่งซื้อที่ซับซ้อน ยุ่งยาก ทำให้ลูกค้าถอดใจและมองหาแบรนด์อื่นแทน ดังนั้นธุรกิจควรออกแบบขั้นตอนการให้บริการที่ครบ จบ ภายในไม่กี่คลิก หรือนำ AI มาช่วยในการทำงาน เช่น Chatbot เป็นต้น

ชัดเจน น่าเชื่อถือ

ในปีที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้เห็นวิธีการทำการตลาดแบบสร้างกระแส สร้างดราม่า กันอย่างแพร่หลายเพื่อดึงความสนใจ แน่นอนว่าในปี 2026 วิธีการตลาดแบบนี้ไม่ควรทำอีกต่อไป เพราะผู้บริโภคเริ่มรู้ทันและเบื่อดราม่าที่ไม่จริง สิ่งที่ธุรกิจควรทำ คือ เน้นความชัดเจน น่าเชื่อถือ ตรงไปตรงมา สื่อสารกับลูกค้าอย่างจริงใจ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้สินค้าและบริการของเรา

การจัดการลูกค้า

ลูกค้าส่วนใหญ่มักคาดหวัง ให้แบรนด์ต้องจำเขาได้ และนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมตามสถานการณ์จริง สามารถทำได้ด้วยการใช้ระบบ CRM จาก SellStory ในการรวมแชท และจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในในอนาคต

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sales Trends 2026 มีอะไรบ้าง สรุปสิ่งที่น่าสนใจ พร้อมคำแนะนำ

วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วย หลักการ 6W1H

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

Who : กลุ่มเป้าหมายคือใคร

มองหากลุ่มเป้าหมายหลักของเราว่าเป็นคนกลุ่มไหน แล้วใครเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจของคนกลุ่มนี้ เช่น นมโปรตีน กับกลุ่มคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย

What : ลูกค้าต้องการอะไร

ผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการอะไร แล้วคุณค่าที่มองหาเป็นแบบไหน ไม่ใช่แค่การเสนอขายสินค้าหรือบริการขั้นพื้นฐาน แต่ต้องมอบคุณค่าที่เหนือกว่า เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบไม่ต้องต้มน้ำ และพาวเวอร์แบงค์แบบมีสายชาร์จในตัว เป็นต้น

Where : สามารถซื้อหรือใช้บริการได้ที่ไหน

ลูกค้าสามารถหาข้อมูลและทำการสั่งซื้อได้ที่ไหน ในส่วนนี้ธุรกิจควรมีทางเลือกให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น การมีหน้าร้าน และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ร่วมด้วย

When : เมื่อไหร่ที่ลูกค้าต้องการสินค้าหรือบริการ

ตรวจสอบจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการออกโปรโมชั่น และกระตุ้นการขาย เช่น โปรโมชั่นลดราคาก่อนเปิดเทอม สำหรับรองเท้านักเรียน, การออกแคมเปญพิเศษในช่วงวันเงินเดือนออก (PAYDAY)

Why : ทำไมถึงต้องเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ

แรงจูงใจที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ เพื่อนำมาปรับใช้ในธุรกิจของเรา เช่น แพคเกจจิ้ง ส่วนผสม และวัสดุ

Whom : ใครที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของลูกค้า

ใครที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อสินค้า เช่น เครื่องปรุงสำหรับเด็ก ต้องทำให้มีรสชาติค่อนข้างจืดเพราะเด็กยังไม่ได้สามารถทานอาหารรสจัดได้ เป็นการโฟกัสไปที่เด็กมากกว่าพ่อ-แม่ ที่เป็นคนจ่ายเงิน หรืออีกกรณี เช่น รถเข็นเด็กแบบพับได้ เพื่อความสะดวกในการพกพา เป็นการโฟกัสไปที่ความสะดวกของพ่อแม่ ที่เป็นคนตัดสินใจซื้อโดยตรง

How : กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคเป็นอย่างไร

วิเคราะห์ Customer Journey และปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น การอ่านรีวิว การอ่านบทความแนะนำ การตั้งกระทู้สอบถาม ไปจนถึงช่องทางการติดต่อ และสั่งซื้อ

ประโยชน์ของการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจาก SellStory

เครื่องมือช่วยให้การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคง่ายขึ้น

การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดงบประมาณการตลาดที่เสียเปล่าจากการลองผิดลองถูก และเพิ่มโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าที่มีความภักดี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างกำไร

SellStory คือระบบ CRM & Sales Management ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการแชท การเก็บประวัติการคุณย ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า ข้อมูลติดต่อ การออกเอกสารสำคัญ การติดตามการทำงานของฝ่ายขาย ไปจนถึงรายการผลช่วงเวลาที่มียอดขายสูง เพื่อนำไปประกอบการทำงานของฝ่ายการตลาด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การวิเคราะห์และทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

สรุป สร้างโอกาสปิดการขาย รักษาฐานลูกค้า ด้วยการศึกษา Consumer Behavior

พฤติกรรมผู้บริโภคคือหัวใจของการทำธุรกิจยุคใหม่ การศึกษาและวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ตามทันความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในปี 2026 ที่แข่งขันกันด้วยความจริงใจและความรวดเร็ว การมีเครื่องมือที่ดีจาก SellStory จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมที่ซับซ้อนให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้จริง

ทดลองใช้ SellStory ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 Line :@SellStory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior)

1. หลักการ 6W1H สำคัญอย่างไรกับการทำธุรกิจขนาดเล็ก?

ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กใช้งบการตลาดได้อย่างคุ้มค่า เพราะทำให้รู้ชัดเจนว่าต้องคุยกับใคร (Who) ที่ไหน (Where) และสื่อสารด้วยประเด็นอะไร (Why)

2. เราสามารถติดตั้ง Chatbot บนหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันได้ไหม??

ได้ และควรใช้ระบบจาก SellStory เพื่อรวมแชทจากทุกแพลตฟอร์มมาจัดการในที่เดียว เพื่อให้ข้อมูลลูกค้ามีความต่อเนื่องไม่ว่าจะทักจากช่องทางใด

3. เราสามารถตัดการกับพฤติกรรมผู้บริโภคแบบแสวงหาความหลากหลายยังไง?

การนำเสนอสินค้ารุ่นใหม่ ที่มีความแตกต่างจากเดิมไปให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดึงดูดความสนใจ และเลือกสนับสนุนแบรนด์เดิมต่อ

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำความเข้าใจพฤติกรรม

Customer Segmentation คืออะไร? แบ่งกลุ่มลูกค้าบริหารความสัมพันธ์

ในโลกของการทำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นออกมา ล้วนทำมาเพื่อตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งหมด แน่นอนว่าการทำธุรกิจด้วยการมุ่งเป้าให้ทุกคนกลายเป็นลูกค้าของเรา เป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง แม้ทุกคนจะมีความต้องการที่เหมือนกัน แต่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เลือกก็ยังคงแตกต่างกันอยู่เสมอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความซับซ้อนทางความคิดและพฤติกรรม

การทำ Customer Segmentation เพื่อทำความเข้าใจและแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อให้เรารู้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนเหมาะสมที่จะเป็นลูกค้าที่แท้จริงของเรา แล้วเราต้องทำอย่างไรในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเอาไว้ในระยะยาว

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Segmentation หรือการแบ่งแยกประเภทฐานลูกค้า เพื่อช่วยการ Approach งานขายได้อย่างเป็นระบบ และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้หากมีโปรแกรมระบบ CRM ที่ดี ช่วยให้ทีมขายช่วยจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามงานขาย การตั้งเป้าหมายการขาย รวมไปถึงการรักษาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
วิธีการตั้งเป้ายอดขายเพื่อการทำงานที่เป็นระบบ

Sales Target คืออะไร? ตั้งยอดขายให้เป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย

ยอดขาย เป็นสิ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนและทำให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ การจะสร้างยอดขายให้กับองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์การทำงานอย่างชัดเจน นั้นก็คือ Sales Target ที่อาศัยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า บริการ ลูกค้า กำลังการผลิต ความสามารถของพนักงาน ร่วมกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้ได้ Sales Target Plan ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายมากที่สุด

บทความนี้ SellStory จะมาอธิบายถึงวิธีการตั้งเป้ายอดขายที่น่าสนใจ พร้อมเปรียบเทียบ Sales Target และ Sales Forecast ที่หลายคนมักสับสน รวมถึง ระบบ CRM & Sales Managementที่จะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน ให้พนักงานมุ่งมั่นกับการสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าอย่างเต็มที่

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย เป็นสิ่งที่นักขายควรทำ เพราะช่วยให้เราเห็นเป้าหมาย และรู้วิธีการวางแผนการขายแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้หากมีระบบจัดการงานขายที่ดี จะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างราบรื่น
ความพึงพอใจของลูกค้าสำคัญอย่างไร

Customer Satisfaction คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง สิ่งสำคัญที่ต้องตามหาและรักษาเอาไว้ให้ดี คือ ลูกค้า เพราะลูกค้าคือกุญแจสำคัญในการสร้างยอดขาย และเป็นปัจจัยในการพัฒนากลยุทธ์ของธุรกิจ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า “การรักษาฐานลูกค้าเก่านั้น ยากยิ่งกว่าการหาลูกค้าใหม่” การให้ความสำคัญกับ Customer Satisfaction หรือ ความพึงพอใจของลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องพัฒนาเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

SellStory เข้าใจถึงความสำคัญในการดูแล และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อแนะนำวิธีการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิธีคำนวณอัตราความพึงพอใจ และเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกขั้นตอนสำเร็จไปได้ด้วยดี

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Satisfaction หรือความพึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมต่อยอดสู่การหาลูกค้าใหม่ผ่านการรับฟังและวิเคราะห์ Feedback อย่างจริงจัง เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา และยกระดับการบริการ เพิ่มประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ