6 หลักการสำคัญของ Sales Management ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

6 หลักการสำคัญของ Sales Management ที่ต้องรู้ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการขาย

sales management คืออะไร
ในการดำเนินธุรกิจ การวางแผนและบริหารจัดการการขายที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดยหนึ่งในหลักการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับให้กับการทำงานของฝ่ายขายก็คือ Sales Management ที่มีความสำคัญต่อกระบวนการขาย และจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ เพราะช่วยให้บริหารทีมขายและปิดดีลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บทความนี้เลยไม่พลาดที่จะพานักขายทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับ ความหมายและหลักการสำคัญของ Sales Management ให้มากยิ่งขึ้นกัน

เลือกอ่านจากสารบัญ

Sales Management คืออะไร?

Sales Management หรือการบริหารจัดการการขาย เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน ควบคุม และปรับกลยุทธ์การขายให้เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายด้านยอดขายและขยายฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Sales Manager และเจ้าของธุรกิจที่ต้องบริหารทีมขายให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจหลักการสำคัญของ Sales Management จะช่วยให้สามารถจัดการการขายได้ดียิ่งขึ้น

Sales Management สำคัญกับ Sales Manager อย่างไร?

การบริหารจัดการการขาย คือสิ่งที่ช่วยให้ Sales Manager บริหารงานขายและพัฒนาศักยภาพให้กับทีมขายได้มากขึ้น ไม่เพียงแค่ช่วยให้วางแผนงานขายให้เป็นไปตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดระเบียบ ประสานงาน และติดตามผลลัพธ์ได้ง่ายขึ้นด้วย Sales Management จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างโอกาสประสบความสำเร็จให้กับยอดขายได้

หลักการสำคัญของ sales management

6 หลักการสำคัญของ Sales Management

สำหรับ Sales Manager และเจ้าของบริษัท สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Sales Management คือ หลักการที่สำคัญของกระบวนการนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย 6 อย่างด้วยกัน

1. กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

ข้อแรกคือการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่มีความชัดเจนและเป็นไปได้ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างยอดขาย การเข้าถึงแบรนด์ หรือความต้องการขององค์กร ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องเป็นเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ และสามารถวัดผลได้จริง ไม่ควรวางเป้าหมายที่ไกลเกินไปเพื่อลดความกดดันของทีมขาย การกำหนดเป้าหมายอาจใช้แนวคิดตามหลัก ‘SMART’ ในการกำหนดเป้าหมายและวางแผนการขายได้ เช่น

  • Specific : กำหนดเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เช่น ระบุว่าต้องการทำยอดขายเท่าไร ในช่วงเวลาใด
  • Measurable : เป้าหมายกำหนดต้องสามารถติดตามผลลัพธ์และวิเคราะห์ข้อมูลได้
  • Achievable : กำหนดเป้าหมายที่อยู่ในขอบเขตของศักยภาพทีมขาย
  • Relevant :กำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ
  • Timely :มีกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการ

2. จัดการทีมขายให้เหมาะสมกับเป้าหมาย

เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจนแล้ว การเลือกบริหารจัดการบุคลากรให้เหมาะสมกับกลยุทธ์และเป้าหมายที่วางไว้ก็เป็นอีกหนึ่งหลักการสำคัญ การจัดการงานขายบน Sales Management ที่ดีต้องวางบุคลากรที่เหมาะสมกับแต่ละแผนงาน อาจเริ่มจากการกำหนดยอดขายในปัจจุบันที่ทำได้ง่ายก่อน แล้วค่อยขยับเป้าหมายที่กว้างขึ้น เช่น รายเดือน หรือรายปี แล้วเลือกบุคลากรที่เหมาะกับแต่ละเป้าหมายควบคู่ไปกับการใช้Action Plan เพื่อเพิ่มประสิทธภาพในการทำงานของทีม

การจัดการการขายด้วย sales management

3. ดำเนินการตามกลยุทธ์และกระบวนการขาย

ส่วนสำคัญของ Sales Management ที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการบริหารจัดการการขายตามกลยุทธ์​และแผนการขายที่วางเอาไว้ ซึ่งการที่จะสำเร็จได้นั้น เซลแต่ละคนต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่การเก็บข้อมูลลูกค้า การสื่อสาร รักษาความสัมพันธ์ ไปจนถึงการปิดการขาย โดยขั้นตอนเหล่านี้อาจต้องอาศัยทักษะและความเข้าใจของทีมขายและ Sales Manager แต่ละคนด้วย

การใช้ฟีเจอร์บนระบบ CRM จะช่วยให้ขั้นตอนเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย เช่นการจัดการ Sales Pipeline เพื่อติดตามลูกค้าจาก Lead จนถึงการปิดดีล ช่วยให้ทีมขายทราบว่าควรโฟกัสกับลูกค้ารายใดเป็นพิเศษ และช่วยให้ Sales Manager สามารถติดตามได้ด้วยว่าเซลส์แต่ละคนรับผิดชอบลูกค้าเจ้าไหนอยู่บ้าง

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม :Sales Pipeline คืออะไรและสำคัญอย่างไรสำหรับงานขาย?

4. การติดตามการขาย

การติดตามการขายจากลูกค้าเป็นวิธีที่ช่วยสร้างความพึงพอใจและมีโอกาสซื้อซ้ำ ควรเริ่มติดตามตั้งแต่การเปิดดีลไปจนถึงหลังปิดการขาย เพราะในช่วงที่ลูกค้ากำลังตัดสินใจ อาจมีตัวเลือกเยอะจนทำให้ไขว้เขวได้ การติดตามผลการขายจะช่วยให้เซลส์รู้ว่า ลูกค้ามีสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมหรือมีปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าหรือบริการไม่ครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงการนำเสนอโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ การติดตามผลการขาย จึงเป็นสิ่งที่ Sales Manager ต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้กับเซลส์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

วางแผนการขายได้ง่ายขึ้น ด้วย sales management

5. การประเมินและวัดผล

การวัดผลเพื่อประเมินเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยชี้วัดได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมาย หรือแผนการขายที่วางเอาไว้หรือไม่ การวัดผลยังเป็นส่วนที่ช่วยให้รับรู้ศักยภาพของทีมขาย มองเห็นจุดอ่อนหรือส่วนที่ต้องปรับปรุง เพื่อนำไปใช้ในการปรับกลยุทธ์การขายในครั้งต่อไปได้ การมีตัวช่วยอย่างระบบ CRM นั้นช่วยให้การประเมินและวัดผลรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น เพราะสามารถดูสรุปยอดขายประจำเดือนหรือประจำปี รายงานสรุปการขายที่เกิดขึ้นบน Sales Pipeline ได้แบบ Realtime และเรียกดูข้อมูลได้ครบทุกมิติ

6. ปรับปรุงและพัฒนา

การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของทีมขายอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ทีมขายสามารถปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การพัฒนาทักษะด้านการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้ายังเป็นสิ่งที่ทีมขายต้องเรียนรู้และปรับปรุงอยู่เสมอด้วย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำในอนาคตได้

ระบบ crm and sales management จาก sellstory

เพิ่มประสิทธิภาพให้งานขาย ด้วย SellStory ระบบ CRM & Sales Management

Sales Management เป็นหลักการที่จะช่วยให้การจัดการการขายมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสปิดดีลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่การบริหารจัดการทีมขายและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยตัวเองทั้งหมด อาจต้องแลกมาด้วยระยะเวลาและการจัดการในหลายขั้นตอน ระบบ CRM จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดขั้นตอนให้ Sales Manager และเจ้าของธุรกิจ ให้สามารถจัดการและบริหารทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SellStory ระบบ CRM & Sales Managementออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกการขายเป็นเรื่องง่าย ด้วยฟีเจอร์ที่สามารถดูภาพรวมและความคืบหน้าของงานขายได้ตั้งแต่การเปิดดีลไปจนถึงการปิดดีล การกำหนดแผนงาน มอบหมาย และติดตามสถานะงานขาย ช่วยยกระดับการทำงานของ Sales Manager และทีมขายให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การติดตามดีลจนถึงปิดการขายอย่างมืออาชีพสมัครใช้งานฟรี วันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่SellStory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การใช้ chatbot เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

ความเข้าใจผิดของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ เพียงแค่มีสินค้าและบริการคุณภาพดี ก็เพียงพอสำหรับการดึงดูดลูกค้าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจกลับขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่สามารถมอบบริการที่เร็วที่สุดมักจะถูกรับเลือกเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบเร็ว การส่งเร็ว และการให้บริการเร็ว ดังนั้นการมีตัวช่วยอย่าง Chatbot มาทุ่นแรงและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม

วันนี้ SellStory จะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ Chatbot และ AI Chatbot สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยทำงาน รวมถึงจุดเด่นในการนำไปประยุกต์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน
กระบวนการขายเพื่อพัฒนาทักษะของนักขาย

รวมกระบวนการขายที่นักขายควรรู้ เพิ่มประสิทธิภาพและปิดการขายแม่นยำ

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมนักขายอันดับต้น ๆ ในบริษัทถึงสามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่พลาด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะดวง พรสวรรค์ หรือประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการขายงานที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ การวางแผนกระบวนการขาย (Selling Process) อย่างชัดเจนและเป็นระบบ

บทความนี้ SellStory จะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการขาย 7 ขั้นตอน ที่นักขายมืออาชีพนิยมใช้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขายออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อยกระดับการทำงานของทีมขายให้สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ระบบจัดการแชทและลูกค้าอย่างมืออาชีพ

จัดการแชทลูกค้าอย่างมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยเทคนิคตอบไว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ “การรอคอย” กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการทำธุรกิจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในทุกบริการ ส่งผลให้ “ความรวดเร็ว” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมขายต้องทำให้สำเร็จ เพื่อปิดการขายให้ได้เมื่อลูกค้าทักแชทมา เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากซื้อมากที่สุด และมีโอกาสสูงสุดในการโน้มน้าวการตัดสินใจ

บทความนี้ SellStory จะมาแนะนำระบบจัดการแชท เพื่อให้ตอบโจทย์ความรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการตอบไว การจัดลำดับความสำคัญ และการแบ่งหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบแชทของทีมงาน จนสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า