รวม 12 เทคนิคปิดการขายที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจคุณ พร้อมยกตัวอย่าง

รวม 12 เทคนิคปิดการขายที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจคุณ พร้อมยกตัวอย่าง

12 เทคนิคปิดการขาย เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ
คุณเคยสงสัยกันไหมว่า หลายครั้งที่นักขายนำเสนอสินค้าได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าก็ดูมีความสนใจอยู่ไม่น้อย แต่พอถึงช่วงตัดสินใจกลับบอกว่าจะคิดดูก่อน หรือเงียบหายไปเลย ปัญหานี้เกิดขึ้นกับนักขายทุกคน เพราะการขายสินค้าไม่ได้จบแค่เรื่องของสินค้า แต่จบที่การทำอย่างไรให้ลูกค้าต้องการสินค้านั้น ดังนั้นการปิดการขาย (Closing Sale) ต่างหาก ที่จะช่วยเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้อย่าง การใช้เทคนิคปิดการขายนั่นเอง

บทความนี้ SellStory ได้รวบรวม “12 เทคนิคปิดการขาย”พร้อมตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้าที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีในทุกธุรกิจ เปลี่ยนลูกค้าที่ลังเลให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างฉับไว และเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ!

เลือกอ่านจากสารบัญ

การปิดการขาย คืออะไร?

การปิดการขาย คือ ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในกระบวนการขาย ที่ต้องใช้ทักษะการขาย และความสามารถของนักขายในการใช้เทคนิคสื่อสาร เพื่อโน้มน้าวให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการในที่สุด ซึ่งการปิดการขายที่ดีนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่การได้ยอดขาย แต่ยังหมายถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าอีกด้วย

ทำไมต้องมีเทคนิคปิดการขาย?

เมื่อรู้แล้วว่าการปิดการขายเป็นขั้นตอนสำคัญในการขายสินค้า เทคนิคปิดการขาย จึงเป็นวิธีการที่นักขายใช้ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า/บริการ ในเวลาที่เหมาะสม พร้อมทั้งทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่าพวกเขาได้ตัดสินใจอย่างคุ้มค่า จนตัดสินใจซื้อและกลับมาซื้อซ้ำ

หากไม่มีเทคนิคปิดการขาย ต่อให้เรานำเสนอเก่งแค่ไหน ลูกค้าก็อาจไม่ตัดสินใจซื้อทันที ผลลัพธ์คือ เสียเวลา เสียโอกาส และบางครั้งคู่แข่งอาจปิดการขายแทนเราได้เลย

12 เทคนิคปิดการขายที่สำคัญ Sales Team ยุคใหม่ต้องรู้

ใช้เทคนิคการปิดการขายด้วยการเป็นผู้ฟังที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า

1. เทคนิคเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังให้ลึกถึงใจลูกค้า

หัวใจของการขาย ไม่ใช่การพูดเก่ง แต่คือการฟังให้เป็น ยิ่งไปกว่านั้นคือการฟังให้ลึกถึงปัญหา ความต้องการ และความรู้สึกที่แท้จริงของลูกค้า เพราะถ้าเราไม่เข้าใจพวกเขา ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

นอกจากการเป็นนักฟังที่ดีจะทำให้เราได้ Insight ของลูกค้าแล้ว ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับความใส่ใจจากเราอีกด้วย ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกแรกที่จะเปิดประตูสู่การขายให้เราได้อย่างง่ายดาย

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “ก่อนจะแนะนำอะไร ดิฉันอยากทำความเข้าใจก่อนว่า ตอนนี้คุณเจอปัญหาอะไรในการบริหารทีมขายอยู่บ้างคะ?”
  • “ถ้าไม่รบกวนเกินไป ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมคะว่าระบบที่ใช้อยู่ยังติดขัดตรงไหน แล้วทำไมถึงคิดจะเปลี่ยน?”
  • “จากที่ฟังดูแล้ว สิ่งไหนที่คุณรู้สึกว่าเป็น ปัญหาใหญ่ที่สุด และอยากให้เราช่วยแก้ให้ก่อนเป็นอันดับแรกดีคะ?”

2. เทคนิคมีทางเลือก อย่าบีบแต่จงสร้างโอกาส

ลูกค้ามักจะรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกบีบให้เลือกแค่ซื้อหรือไม่ซื้อ ลองเปลี่ยนมุมมองเป็นการเสนอทางเลือกที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดแทน เพราะเมื่อลูกค้ามีตัวเลือกที่เหมาะสมอยู่ในมือ พวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจในการตัดสินใจ และมีแนวโน้มที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าปฏิเสธทั้งหมด

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “คุณสนใจจะเริ่มจากแพ็กเกจทดลองสำหรับทีมเล็กก่อน หรือเลือกแพ็กเกจเต็มที่รองรับการขยายทีมในอนาคตเลยดีคะ?”
  • “สินค้าของเรามีหลายรุ่น แต่จากความต้องการของคุณ คุณสนใจรุ่น Standard ที่ใช้งานได้ทันที หรือสนใจรุ่น Premium ที่เพิ่มฟังก์ชันการวิเคราะห์ลูกค้าแบบเชิงลึกคะ?”

3. เทคนิคสร้างความเร่งด่วน โอกาสที่ห้ามพลาด (Urgency Closing)

มนุษย์เรากลัวการพลาดโอกาสมากกว่ากลัวการตัดสินใจผิดพลาด การสร้างกรอบเวลาที่ชัดเจน เช่น โปรโมชันจำกัดเวลา หรือสินค้าที่มีจำนวนจำกัด จะกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการอีกนั่นเอง

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “โปรโมชันสุดพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อภายในสิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะคะ เพื่อให้คุณได้สิทธิ์ในการซื้อสินค้าราคาพิเศษก่อนหมดเขตค่ะ”
  • “สินค้าล็อตนี้เหลือเพียง 3 ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะ ถ้าคุณสนใจคงต้องรีบตัดสินใจหน่อยนะคะ”

4. เทคนิคตั้งคำถามปลายปิด พาไปสู่การซื้ออย่างเป็นธรรมชาติ (Assumptive Closing)

เปลี่ยนจากคำถามที่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ มาเป็นคำถามที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ตัดสินใจซื้อไปแล้วแทน เทคนิคการขายแบบนี้จะช่วยลดแรงต้านและพาบทสนทนาไปสู่การปิดดีลได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “ถ้าอย่างนั้นคุณสะดวกให้เราจัดส่งให้ภายในพรุ่งนี้เลยไหมคะ?”
  • “หากพร้อมแล้ว อยากให้เราเริ่มติดตั้งระบบให้สัปดาห์นี้เลยดีไหมคะ?”
เทคนิคปิดการขายด้วยการยกตัวอย่างสถานการณ์

5. เทคนิค Social Proof คนอื่นก็เลือกแบบนี้

คนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่คนอื่นเลือกแล้ว โดยเฉพาะถ้าเป็นคนที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกัน การยกตัวอย่างเคสจริงหรือรีวิวจากลูกค้าเก่า จะช่วยสร้างความมั่นใจและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเลือกนี้ปลอดภัย

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “อยากให้คุณมั่นใจค่ะว่าไม่ใช่แค่คุณที่ตัดสินใจถูก บริษัท A และ B ในอุตสาหกรรมเดียวกับคุณเลือกใช้ระบบนี้แล้ว ช่วยลดงานเอกสารให้พวกเขาลงกว่า 40% เลยค่ะ”
  • “ลูกค้าหลายรายที่มีทีมขายขนาดเล็กเหมือนกับคุณ ใช้ระบบนี้แล้วสามารถปิดดีลได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ”

6. เทคนิคการใช้บุคคลที่สาม ใช้เสียงคนอื่นให้เป็นประโยชน์

บางครั้งการให้บุคคลที่สามมาช่วยพูดแทนจะมีน้ำหนักมากกว่า การอ้างอิงถึงลูกค้าที่ใช้จริง หรือผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและลดความลังเลของลูกค้าได้มากขึ้น

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “บริษัทขนส่งที่คล้ายกับคุณ เลือกใช้ระบบนี้แล้วบอกว่า ‘ตั้งแต่ใช้มา ทีมขายทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก’ ด้วยค่ะ”
  • “ลูกค้าหลายรายในธุรกิจเดียวกับคุณ ให้ Feedback ดีมากเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเอกสารค่ะ”

7. เทคนิคทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็น Smart Buyer ตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

ทุกคนอยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตัดสินใจได้ดี หากเราช่วยเสริมความมั่นใจว่าสิ่งที่ลูกค้าเลือกคือ สิ่งที่ฉลาดและคุ้มค่า จะกระตุ้นให้เกิดการปิดการขายได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “ลูกค้าที่วางแผนระยะยาวมาเป็นอย่างดีมักจะเลือกแพ็กเกจนี้ เพราะได้ความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าค่ะ”
  • “การเลือกแพ็กเกจนี้ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากค่ะ เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนในอนาคตได้มากกว่า”

8. เทคนิคการลดทางเลือก สู้กับความลังเลด้วยตัวเลือกที่ใช่

เมื่อมีตัวเลือกเยอะเกินไป ลูกค้ามักจะสับสนและชะลอการตัดสินใจ การคัดสรรเพียง 2-3 ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด จะช่วยให้ลูกค้าโฟกัสและตัดสินใจง่ายขึ้น

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “จริง ๆ ระบบของเรามีหลายแพ็กเกจเลยนะคะ แต่จากธุรกิจของคุณ เราแนะนำเพียง 2 แบบนี้เท่านั้นที่จะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ”
  • “จากความต้องการที่คุณแจ้งมา น่าจะเหมาะกับรุ่น A หรือ B มากกว่าค่ะ ที่เหลืออาจเกินความจำเป็น”
ใช้เทคนิคปิดการขายด้วยข้อมูลและตัวเลขเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

9. เทคนิคใช้ตัวเลข พูดให้เห็นภาพด้วยข้อมูล (Data-driven Closing)

ข้อมูลและตัวเลขทำให้น่าเชื่อถือมากกว่าแค่คำพูดลอย ๆ ถือเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในการขายเลยก็ว่าได้ เพราะการใช้สถิติหรือผลลัพธ์จริงจะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจโดยอิงจากข้อเท็จจริงได้

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “จากข้อมูลที่เราเก็บมา ลูกค้าที่ใช้ระบบนี้มียอดขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 25% ภายใน 6 เดือนค่ะ”
  • “เมื่อเราติดตั้งระบบ CRM ให้ทีมขายของคุณจะใช้เวลาในการทำใบเสนอราคา รวดเร็วขึ้นถึง 60% เลยค่ะ”

เพิ่มประสิทธิภาพให้ของคุณวันนี้! ด้วยระบบ CRM จาก SellStory ตรวจสอบแพ็กเกจที่นี่

10. เทคนิคเล่าเรื่อง ให้ลูกค้าอยากเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว (Storytelling Closing)

การเล่าเรื่องราวของลูกค้าที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพว่า พวกเขาเองก็สามารถทำแบบนั้นได้ ทำให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงและตัดสินใจง่ายขึ้น

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “มีลูกค้าอยู่รายหนึ่งที่เคยเจอปัญหาแบบเดียวกับคุณเลยค่ะ แต่พอเขาตัดสินใจใช้ระบบนี้ เขาสามารถประหยัดเวลาการทำงานได้ถึงครึ่งหนึ่ง และทีมก็ทำงานได้คล่องตัวขึ้นกว่าเดิม”
  • “เมื่อปีที่แล้วมีธุรกิจ SME คล้ายกับคุณ ที่ตัดสินใจลงทุนกับระบบของเรา ตอนนี้พวกเขาสามารถปิดการขายเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเลยค่ะ”

11. เทคนิคการเสนอทดลองใช้ ลดความเสี่ยง สร้างความมั่นใจ (Trial Closing)

ความกังวลใหญ่ของลูกค้าคือ ถ้าซื้อแล้วไม่เวิร์กจะทำยังไง? ดังนั้น การให้ทดลองใช้จะช่วยลดความกังวลนี้ได้ดีที่สุด และสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจของพวกเขาได้

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “สนใจลองใช้ระบบของเราฟรี 14 วันก่อนไหมคะ? ถ้าเวิร์กและตอบโจทย์ค่อยอัปเกรดเป็นแพ็กเกจเต็มได้ทันทีเลยค่ะ”
  • “คุณสามารถลองใช้ระบบฟรีได้เลยค่ะ หากตอบโจทย์ความต้องการค่อยต่อสัญญาก็ได้นะคะ”

12. เทคนิค Follow-up ตามติดแต่ไม่รบกวน

การขายส่วนใหญ่ไม่ได้จบลงในครั้งแรก แต่เกิดจากการ Follow-up อย่างสม่ำเสมอและถูกจังหวะ การติดตามอย่างมีมารยาทและไม่กดดัน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายโดยไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญ

ตัวอย่างการพูดเสนอขายสินค้า :

  • “ขออนุญาตติดตามเรื่องใบเสนอราคาที่ส่งไปให้เมื่อวันก่อนค่ะ ไม่ทราบว่ามีคำถามเพิ่มเติมหรือมีอะไรให้อธิบายเพิ่มไหมคะ?”
  • “สัปดาห์ที่แล้วคุณสนใจฟีเจอร์แชทของเรา อยากให้ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมไปให้อีกครั้งไหมคะ?”

สรุป เทคนิคการขายด้วยระบบ CRM & Sales Management จาก SellStory

การปิดการขายที่ดีไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นผลลัพธ์จากการมีทั้งเทคนิคการขายที่เหมาะสมและ เครื่องมือการขายที่เป็นระบบ เมื่อคุณใช้เทคนิคปิดการขายที่หลากหลายและเสริมพลังด้วย ระบบ CRM & Sales Management จาก SellStory ที่ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า การจัดการงานขาย พร้อมออกใบเสนอราคา และสรุปรายงานในที่เดียว ช่วยให้คุณจะปิดดีลได้มากขึ้น เร็วขึ้น และมั่นใจได้ว่าทุกโอกาสการขายจะไม่หลุดมือ

สมัครทดลองใช้งานฟรี ได้เลยวันนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร 095-371-7988 และแอดไลน์ @sellstory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิคปิดการขาย

1. นักขายมือใหม่ควรเริ่มจากเทคนิคไหนก่อน?

เริ่มจาก 3 เทคนิคพื้นฐานที่ใช้ได้เสมอ คือ การเป็นผู้ฟังที่ดี การเสนอทางเลือก และ การ follow-up เมื่อคล่องแล้วค่อยเพิ่มเทคนิคอื่น ๆ เข้ามา

2. พูดไม่เก่งใช้จะเทคนิคปิดการขายได้ไหม?

พูดไม่เก่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในการขาย ขอแค่คุณรู้เทคนิคปิดการขายที่เหมาะกับสไตล์ตัวเอง เช่น ใช้ข้อมูลและตัวเลขช่วยเล่าแทนคำพูด ใช้ Social Proof และรีวิวลูกค้าเก่า ร่วมกับการใช้เอกสารหรือสื่อช่วยนำเสนอ ก็สามารถปิดดีลได้เหมือนนักขายมืออาชีพ

3. การใช้เทคนิคปิดการขายเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการขายสินค้าไหม?

การใช้เทคนิคปิดการขายถือว่าช่วยได้มาก แต่ถ้าอยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควรใช้ร่วมกับ ระบบ CRM & Sales Management เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้า ออกใบเสนอราคา ติดตามดีล และวิเคราะห์โอกาสขายได้อย่างเป็นระบบ

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

ความหมายของ customer life cycle

Customer Life Cycle คืออะไร? เข้าใจทุกขั้นตอนพร้อมกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำความเข้าใจลูกค้าตั้งแต่เริ่มรู้จักแบรนด์ สอบถามข้อมูลสินค้า ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ Customer Life Cycleซึ่งมีความสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจ หากฝ่ายขายหรือเจ้าของธุรกิจมีความเข้าใจ ก็จะช่วยสร้างโอกาสรักษาความสัมพันธ์และยอดขายได้ในระยะยาว

ในบทความนี้ SellStoryจะพาไปทำความเข้าใจว่า Customer Life Cycle คืออะไร พร้อมตัวอย่าง Customer Life Cycleและการบริหารจัดการกับวงจรของลูกค้าเพื่อสร้างโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashboard ได้สรุปดังนี้ Customer Life Cycle คือวงจรชีวิตลูกค้าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ การทำความรู้จักแบรนด์ การพิจารณาและตัดสินใจ ไปจนถึงการรักษาความสัมพันธ์และสร้างความภักดี ซึ่งทั้งหมดนี้ หากฝ่ายขายบริหารจัดการได้ดี จะช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำและบอกต่อ เพื่อสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน
customer pain point

Customer Pain Point คืออะไร? เข้าใจปัญหา ช่วยแก้ไขลูกค้าให้ตรงจุด

เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจเจอปัญหาเดียวกันโดยไม่รู้ตัว แม้จะมีสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ หรือการลงโฆษณาและทำคอนเทนต์ แต่ยอดขายกลับไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าทักมาเพื่อสอบถามแต่ไม่ตัดสินใจซื้อ หรือซื้อเพียงครั้งเดียวแล้วหายไป ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินค้า หรือบริการเสมอไป แต่เกิดจากที่ธุรกิจยังไม่เข้าใจ Customer Pain Pointของลูกค้า

หลายองค์กรเน้นสื่อสารด้วยฟีเจอร์ หรือข้อดีของสินค้า แต่ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ปัญหาของลูกค้าคืออะไร” และปัญหานั้นกระทบต่อชีวิตหรือธุรกิจของเขาอย่างไร เมื่อการสื่อสารไม่เชื่อมโยงกับปัญหาของลูกค้า การตลาดจึงกลายเป็นเพียงการนำเสนอข้อมูล ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาได้จริง

ในบทความนี้ SellStory จะพาคุณเข้าใจว่า Customer Pain Point คืออะไร มีกี่ประเภท และจะนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจอย่างไรให้เกิดยอดขายและความสัมพันธ์ในระยะยาว

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การเข้าใจ Customer Pain Point คือจุดเริ่มต้นของการขายที่ตรงจุด เพราะเป็นการเข้าใจปัญหาลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อมีระบบที่ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า ติดตามดีล และวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารได้แม่นยำและเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเจรจาต่อรองอย่างมืออาชีพ

การเจรจาต่อรองอย่างมืออาชีพ นักขายควรรู้ตั้งแต่เริ่มคุยจนปิดการขายสำเร็จ

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของงานขายที่ไม่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ “การเจรจาต่อรอง”เพราะเป็นขั้นตอนที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและปิดการขายได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่การเจรจาต่อรองให้ได้ผลนั้นก็จำเป็นต้องมีทักษะในการสื่อสาร และการเตรียมตัวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ในบทความนี้ SellStory จะชวนนักขายไปทำความเข้าใจกันว่าการเจรจาต่อรอคืออะไร มีปัจจัยที่จำเป็นอะไรบ้าง รวมถึงตัวอย่างสถานการณ์ที่เหมาะต่อการเจรจาต่อรองเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการปิดดีลได้สำเร็จ

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การเจรจาต่อรอง เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักขาย เพราะยิ่งมีทักษะในการสื่อสารต่อรองมากก็มีโอกาสสูงมากที่จะปิดการขายด้วยความพึงพอใจต่อทั้งเซลส์และลูกได้สำเร็จ โดยการเจรจาต่อรองที่ดีสามารถทำได้ด้วยการเตรียมความพร้อมและการฝึกด้วยวิธีนำไปใช้ในสถานการณ์จริง