Customer Pain Point คืออะไร?
Customer Pain Pointคือปัญหาของลูกค้าที่สามารถแปลความหมายเป็นได้ทั้งความไม่สะดวก ความกังวล หรืออุปสรรคที่กำลังเผชิญ โดยปัญหานั้นต้องส่งผลต่อพฤติกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจและกำลังต้องการหาทางออก เช่น คุณสมบัติของสินค้า ราคา เวลาในการจัดส่ง หรือรับบริการ ขั้นตอนการใช้งาน รวมไปถึงการบริการหลังการขาย อีกด้วย
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Customer Pain Point ของลูกค้า ไม่ได้มีเหมือนกันทุกคนเพราะแม้จะเป็นสินค้าเดียวกันแต่ปัญหาของลูกค้าอาจมีต่างกันได้ ดังนั้น หากธุรกิจสามารถเข้าใจและนำเสนอทางแก้ไขเฉพาะบุคคลได้ตรงจุด ลูกค้าจะรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและไม่ได้แค่พยายามขายสินค้าเพียงอย่างเดียว

ประเภทของ Customer Pain Point ที่พบบ่อย
โดยทั่วไป Customer Pain Point สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักที่พบได้ในหลายธุรกิจและอุตสาหกรรม ดังนี้
1. Financial Pain Point (ปัญหาด้านราคา/ต้นทุน)
ปัญหาของลูกค้าที่รู้สึกว่าสินค้า หรือบริการมีราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับงบประมาณ หรือยังไม่เห็นความคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายได้อย่างชัดเจน โดยตัวอย่างธุรกิจที่มักมี Customer Pain Pointประเภทนี้ เช่น
- ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ชูจุดขายเรื่องการประหยัดพลังงาน ลูกค้าจะรู้สึกว่าจ่ายเงินซื้อไปแล้วอาจต้องเสียค่าไฟแพงขึ้น ไม่คุ้มค่าในระยะยาว
- ร้านค้าออนไลน์ที่ไม่ได้ระบุเรื่องค่าขนส่ง ลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลอาจรู้สึกว่าต้องเสียค่าส่งแพง
- บริษัททัวร์ที่ลงขายแพ็กเกจการเดินทางในราคาสุดคุ้ม แต่ไม่มีการลงรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารให้ทราบ อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับรู้ถึงความคุ้มค่าและมองหาผู้ให้บริการเจ้าอื่นแทน
หากธุรกิจเข้าใจปัญหาของลูกค้าในจุดนี้ ควรมีการสื่อสารเรื่องความคุ้มค่า ผลลัพธ์ระยะยาว หรือแพ็กเกจที่เหมาะสม เพื่อคลายความกังวลให้กับลูกค้า
2. Productivity Pain Point (ปัญหาด้านเวลา/ประสิทธิภาพ)
สำหรับ Customer Pain Point ในด้านนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าการใช้สินค้า หรือบริการเป็นเรื่องที่เสียเวลาเพราะมีขั้นตอนการใช้งานยุ่งยากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่มักต้องการความสะดวก รวดเร็ว และให้ผลลัพธ์ในการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวอย่าง Pain Point ในเรื่องนี้ เช่น
- แอปพลิเคชันที่มีขั้นตอนสมัครสมาชิกซับซ้อน ต้องรอการตอบกลับหรือต้องใช้เวลายืนยันหลายครั้ง อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกเสียเวลานานเกินกว่าจะเข้าถึงการใช้งานได้
- ระบบ CRM ที่ใช้งานยาก ต้องเรียนรู้นาน และยังต้องเสียเวลาในการจัดการเอกสารสำคัญในงานขายด้วยตัวเองหลายขั้นตอน ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเสียเงินแล้วไม่ช่วยเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน
ปัญหาของลูกค้าด้านนี้ ธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจและหาโซลูชันที่ช่วยลดขั้นตอนได้ เพื่อให้ใช้งานง่าย และตอบสนองต่อการใช้งานได้รวดเร็ว ที่สำคัญคือมีระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายให้มากที่สุด
หมดปัญหาเรื่องการจัดการข้อมูลลูกค้า ไม่ต้องปวดหัวกับการปรับแต่งที่ยุ่งยาก หรือข้อจำกัดในการออกใบเสนอราคา ด้วยระบบ CRM & Sales Management ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยงานขายมากมาย ช่วยเปลี่ยนความยุ่งยากในงานขาย ให้กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่SellStory
3. Process Pain Point (ปัญหาด้านกระบวนการ)
ปัญหาของลูกค้าในด้านนี้ เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอน หรือโครงสร้างการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ายุ่งยาก ซับซ้อน และเข้าถึงการสั่งซื้อสินค้า หรือบริการได้สะดวก โดยตัวอย่าง Pain Point ในเรื่องนี้ เช่น
- ขั้นตอนการชำระเงินที่ยุ่งยาก ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ๆ หลายครั้ง หรือกดรหัสยืนยันหลายรอบ
- หน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเข้าใจยาก ต้องกดใช้งานหลายหน้าเพื่อเข้าถึงการสั่งซื้อหรือจองรับบริการ
เพื่อลดปัญหาในด้านนี้ควรออกแบบกระบวนการให้เรียบง่าย และสามารถดูเข้าใจได้ทันทีเพื่อลดความสับสน และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน
4. Support Pain Point (ปัญหาด้านการบริการ)
Customer Pain Point ในด้านนี้มักเกิดระหว่างที่ลูกค้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการแล้วไม่ได้รับคำตอบในเวลาที่รวดเร็ว ปัญหานี้อาจทำให้ความน่าเชื่อถือที่มีต่อแบรนด์ลดลงและลูกอาจเปลี่ยนไปพิจารณาผู้ให้บริการเจ้าอื่นที่ตอบคำถามได้รวดเร็วกว่า ตัวอย่าง Pain Point ในด้านนี้ เช่น
- ไม่มีช่องทางติดต่อที่สะดวก ติดต่อตามเบอร์ที่ให้ไว้แล้วไม่มีผู้รับสาย หรือไม่มีการตอบกลับอีเมล
- ติดต่อผ่านช่องทางแชทแล้ว ต้องรอเจ้าหน้าที่ตอบกลับหลายชั่วโมง หรือบางกรณีหลายวัน
- แก้ปัญหาแล้วไม่มีการติดตามความพึงพอใจ หรือลูกค้าแจ้งปัญหาแล้วไม่มีการติดต่อกลับ
การให้บริการที่รวดเร็ว มีระบบติดตามผล ตอบกลับรวดเร็ว หรือมีระบบChatbot ช่วยตอบกลับ จะช่วยลดการเกิดปัญหาได้

ทำไมการเข้าใจ Customer Pain Point ถึงช่วยเพิ่มยอดขาย?
ปัจจุบันการตัดสินใจซื้อของลูกค้าไม่ได้เกิดจากการเห็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจ หรือดีไซน์ที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ลูกค้าเชื่อว่าสินค้านั้นตอบโจทย์และสามารถแก้ปัญหาได้จริง
เมื่อธุรกิจเข้าใจว่า Customer Pain Point คืออะไร และสามารถสื่อสารออกไปได้ว่าเราจะช่วยคุณแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร การขายจะเปลี่ยนจากการโน้มน้าวเป็นการเสนอทางออก เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าได้มากขึ้น ดังนั้น การสื่อสารที่โดนใจจึงมีพลังมากกว่าการขายตรง เพราะลูกค้ารู้สึกว่าได้รับความเข้าใจ มากกว่ารู้สึกกดดันที่ต้องตัดสินใจทันที
วิธีค้นหา Customer Pain Point อย่างมีประสิทธิภาพ
การเข้าใจปัญหาของลูกค้าไม่ควรเกิดขึ้นจากการคาดเดา แต่ควรอาศัยข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้รู้ว่า Customer Pain Point คืออะไรแล้วควรจะแก้ปัญหาอย่างไร
1. สำรวจความคิดเห็นลูกค้า
การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า เช่น อ่านรีวิวสินค้า ดูคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย หรือทำแบบสอบถามหลังการซื้อ เพื่อเป็นการจัดเก็บCustomer Feedbackมาวิเคราะห์ต่อ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ทราบปัญหาของลูกค้าได้อย่างชัดเจน
2. วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า
การสำรวจพฤติกรรมของลูกค้าเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้รู้ถึง Customer Pain Point ได้ เช่น ดูข้อมูลการซื้อซ้ำ วิเคราะห์หน้าที่ลูกค้าส่วนใหญ่ออกจากเว็บไซต์ รวมถึงการดูระยะเวลาที่ใช้งานในแต่ละขั้นตอน ข้อมูลจากพฤติกรรมจะช่วยให้เห็น Pain Point ในเชิงลึก ซึ่งเป็นปัญหาที่ลูกค้าอาจไม่ได้พูด หรือรีวิวออกมาให้เห็น
3. สอบถามทีมขายและทีมบริการลูกค้า
บางครั้งปัญหาของลูกค้าอาจเกิดขึ้นจากคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยซึ่งมักจะเป็นปัญหาที่พบซ้ำ ๆ และอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ลูกค้าไม่ยอมจ่าย ซึ่งข้อมูลส่วนนี้สามารถหาได้จากการสอบถามทีมขายและฝ่ายบริการลูกค้า รวมถึงการมีระบบจัดการแชทที่ดี ที่สามารถรวบรวมข้อความจากทุกแพลตฟอร์มมาไว้ในระบบเดียว ทำให้ค้นหาและติดตามปัญหาได้ง่าย
4. ศึกษาคู่แข่งในตลาด
นอกจากการสำรวจปัญหาของลูกค้าจากระบบหลังบ้านแล้ว การอ่านรีวิวคู่แข่ง เป็นอีกวิธีที่สามารถนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ว่ามี Pain Point ใดบ้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งการเข้าใจช่องว่างในตลาดจะช่วยให้ธุรกิจพัฒนาแนวทางที่แตกต่างและตรงจุดกว่าเดิม

ตัวอย่างการนำ Customer Pain Point ไปปรับใช้กับธุรกิจ
การนำ Customer Pain Point ไปปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ ไม่ได้จำกัดว่าต้องใช้กับธุรกิจใดเท่านั้นเพราะการรู้ปัญหาของลูกค้าแล้วนำมาใช้พัฒนาสินค้าหรือบริการสามารถทำได้ในหลายธุรกิจ ดังนี้
ตัวอย่างธุรกิจ E-Commerce
ปัญหาของลูกค้าส่วนใหญ่มักกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือและการจัดส่ง วิธีแก้ไขคือต้องมีรีวิวของผู้ที่เคยสั่งซื้อ มีระบบที่ช่วยแสดงสถานะจัดส่งแบบเรียลไทม์ และตอบแชทรวดเร็วเพื่อลดความกังวลให้กับผู้ที่สั่งซื้อสินค้าหรือกำลังตัดสินใจ
แนะนำบทความ เกี่ยวกับ Chat Commerce คืออะไร? รู้จักการขายผ่านแชทที่ช่วยเพิ่มยอดขายในยุคออนไลน์
ตัวอย่างธุรกิจ B2B
ธุรกิจ B2B ส่วนใหญ่ Customer Pain Point คือ ลูกค้ากังวลเรื่องความคุ้มค่าและผลลัพธ์ในระยะยาว วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม เช่น การนำเสนอเคสตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่วัดได้ และข้อมูล ROI ชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาในด้านการตัดสินใจเชิงธุรกิจให้กับลูกค้า
ตัวอย่างธุรกิจบริการ
ปัญหาของลูกค้าในธุรกิจบริการส่วนใหญ่กังวลเรื่องการติดต่อยาก หรือการสอบถามข้อมูลแล้วต้องรอคอยการตอบกลับนาน การแก้ไขสำหรับธุรกิจกลุ่มนี้คือเพิ่มช่องทางติดต่อ และควรมีระบบรวมแชทไว้ในระบบเดียว เพื่อให้แอดมิน หรือฝ่ายขายสามารถติดตามและตอบกลับลูกค้าได้รวดเร็ว ลดความกังวลและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า
SellStory ระบบ CRM & Sales Management ช่วยจัดการ Customer Pain Point ได้อย่างไร?
การเข้าใจ Pain Point เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหา แต่การจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบคือสิ่งที่ทำให้ปัญหาพร้อมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขได้จริง ซึ่ง SellStory ระบบ CRM & Sales Managementคือเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณจัดการกับปัญหาของลูกค้าได้ง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้
- ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า:บริหารข้อมูลลูกค้า แยกประเภท Lead บันทึกข้อมูลและจัดเก็บพฤติกรรมลูกค้า
- ระบบรวมแชท:ระบบรวมแชทช่วยจัดเก็บประวัติการสนทนาจากทุกแพลตฟอร์ม สามารถตอบกลับได้บนช่องแชทเดียว ไม่พลาดทุกคำถาม หรือปัญหาของลูกค้า
- ระบบจัดการงานขาย:บันทึกและติดตามสถานะดีลที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ทีมขายและฝ่ายบริการลูกค้าสามารถดูสถานะและติดตามผลได้อย่างเป็นระบบ
- ระบบออกใบเสนอราคา:จัดการใบเสนอราคาผ่านเทมเพลตได้อย่างรวดเร็ว พร้อมส่งต่อให้ลูกค้าได้ทันที
- ระบบรายงานการขาย:ช่วยให้ทีมขายมองเห็นภาพรวมในงานขาย เพื่อนำมาประเมินประสิทธิภาพในทีมขาย และมองเห็นปัญหาของลูกค้าที่ส่งผลต่อยอดขายได้
ระบบ CRM & Sales Management ไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยจัดการงานขายเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบที่ช่วยให้ฝ่ายขายมองเห็นปัญหา และเข้าใจ Customer Pain Point ได้อย่างแม่นยำ ดูรายละเอียดฟีเจอร์เพิ่มเติม

สรุป Customer Pain Point กุญแจสำคัญของการตลาดที่ตรงจุด
การเข้าใจ Customer Pain Point คือการเปลี่ยนมุมมองจากเราขายอะไร ไปเป็นลูกค้ากำลังเจอปัญหาอะไร ซึ่งธุรกิจที่ฟังเสียงของลูกค้าอย่างจริงจัง วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้อย่างเป็นระบบ และปรับกลยุทธ์ให้ตรงกับความต้องการได้จริง จะสามารถสร้างยอดขาย ความพึงพอใจ และความสัมพันธ์ระยะยาวได้อย่างมั่นคง
สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้จัดการข้อมูลลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำมาวิเคราะห์ Customer Pain Point ได้อย่างตรงจุด ขอแนะนำ SellStory ระบบ CRM & Sales Managementเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจลูกค้า แก้ปัญหาได้รวดเร็ว และไม่พลาดโอกาสปิดการขาย รองรับการใช้งานทั้ง Desktop และ Application
ทดลองใช้ SellStory ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 Line :@SellStory
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Customer Pain Point
1. Customer pain point คืออะไรในมุมของธุรกิจ?
Customer Pain Point คือปัญหาของลูกค้า ที่ไม่ใช่แค่เรื่องราคาแต่เป็นได้ทั้งความกังวลหรืออุปสรรคที่ลูกค้ากำลังเผชิญ และคาดหวังให้สินค้าและบริการนั้น ๆ ช่วยแก้ไขได้
2. รู้ได้อย่างไรว่าปัญหาของลูกค้าคืออะไร?
วิเคราะห์จากรีวิว คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ และฟีดแบ็กจากทีมขายหรือบริการลูกค้า
3. การแก้ pain point ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร?
เมื่อธุรกิจสื่อสารได้ตรงกับปัญหาที่ลูกค้าเจอ จะช่วยให้เกิดความรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อได้มากขึ้น