Telesales คืออะไร? เจาะลึกงานขายทางโทรศัพท์ พร้อมกลยุทธ์ และทักษะที่มืออาชีพต้องมี

telesales คืออะไร ต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง
การทำธุรกิจในยุคนี้ต้องแข่งขันกันหลายช่องทาง เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นยุคดิจิทัล การตลาดออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายขายหรือผู้ประกอบการให้ความสำคัญ แต่หนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่อยู่คู่กับงานขายมาเป็นเวลานานอย่าง Telesalesก็ยังคงมีความสำคัญและช่วยปิดดีลใหญ่ ๆ ได้เช่นเดียวกัน

บทความนี้ SellStory เลยอยากชวนนักขายและผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “Telesales ให้มากขึ้นกัน พร้อมแนะนำทักษะสำคัญที่ควรมี” เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น

เลือกอ่านจากสารบัญ

Telesales คืออะไร?

Telesales คือ การขายสินค้าหรือบริการผ่านทางโทรศัพท์ โดยที่พนักงานขายจะต้องสื่อสารกับลูกค้าทั้งเรื่องการตอบคำถาม ให้ข้อมูลสินค้า นำเสนอโปรโมชันและสิทธิพิเศษ สุดท้ายคือปิดการขายภายในบทสนทนาที่เกิดขึ้น โดยการขายแบบ Telesales จะมี 2 รูปแบบ ดังนี้

  • Inbound Telesales :เทเลเซลล์รูปแบบนี้ ลูกค้าจะเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาเอง เช่น โทรมาสอบถามรายละเอียดสินค้าหรือบริการ โดยทีมขายจะมีหน้าที่ให้ข้อมูลและนำไปสู่การปิดการขาย
  • Outbound Telesales : ทีมขายเป็นฝ่ายโทรออกลูกค้าเพื่อเสนอสินค้าให้กับลูกค้าใหม่ หรือโทรติดตามลูกค้าเดิมเพื่อ Up-selling หรือ Cross Selling

ทั้ง 2 รูปแบบนี้ เป็นสิ่งที่บอกว่า Telesales ไม่ใช่การโทรหาลูกค้าเพื่อขายของเพียงอย่างเดียว แต่คือหน้าที่ที่ต้องสื่อสารอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างเป็นระบบ

หน้าที่ของ telesales ทำอะไรบ้าง

Telesales ทำอะไรบ้าง?

หลายคนอาจเข้าใจว่าหน้าที่ของ Telesales คือการเสนอขายสินค้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้วหน้าที่นี้มีความครอบคลุมมากกว่าการติดต่อพูดคุยกับลูกค้า เพราะผู้ขายต้องเข้าใจสินค้า กระบวนการขาย และพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยหน้าที่หลักของงาน Telesales ได้แก่

เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ปัจจุบันธุรกิจจำนวนมากได้นำ ระบบ CRM (Customer Relationship Management) เข้ามาใช้งาน เพื่อช่วยให้ทีม Telesales จัดเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีระบบ และติดตามสถานะการขายแบบเรียลไทม์

กลยุทธ์การทำ Telesales ให้ปิดการขายได้จริง

แม้งานขายทางโทรศัพท์จะดูเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่การที่จะปิดการขายผ่านโทรศัพท์ได้นั้น ผู้ขายต้องมีทั้งทักษะการขายและการสื่อสารที่ดี ซึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ปิดการขายผ่าน Telesalesได้จริง สมามารถทำได้ผ่าน 5 วิธีต่อไปนี้

1. เตรียมข้อมูลก่อนโทร

ก่อนโทรหาลูกค้าผู้ขายควรศึกษาข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียด เช่น อาชีพ ประเภทธุรกิจ หรือความต้องการเบื้องต้นการเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ฝ่านขายเตรียมสคริปต์การพูดที่ยืดหยุ่น เพื่อปรับให้เข้าลูกค้าแต่ละประเภทได้ง่าย นอกจากนี้ควรกำหนดวันนัดพูดคุย นำเสนอขายสินค้าหรือบริการให้พร้อม เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในภายหลัง

2. เปิดบทสนทนาอย่างมืออาชีพ

การเปิดบทสนทนาเป็นส่วนสำคัญที่สุดของ Telesales เพราะช่วยสร้างความประทับใจแรก ควรเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวอย่างสุภาพและชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายและพร้อมเปิดใจรับฟัง เช่น

“สวัสดีค่ะ ดิฉันโทรมาจากบริษัท… ไม่ทราบว่าตอนนี้สะดวกคุยสักครู่ไหมคะ?”

หากลูกค้ายังไม่สะดวก ให้ลองสอบถามวันเวลาที่สามารถนัดพูดคุยเพิ่มเติม และควรใช้น้ำเสียงที่สุภาพ เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกเร่งรัด

3. ใช้ทักษะการขายและเทคนิคปิดการขายอย่างมีชั้นเชิง

หนึ่งในส่วนสำคัญของการขายทางโทรศัพท์ คือต้องมีทักษะการขาย และเทคนิคปิดการขายที่เป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะทักษะสำคัญต่อไปนี้

  • การฟังอย่างตั้งใจ เพื่อจับประเด็นความต้องการของลูกค้า
  • การเข้าอกเข้าใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ
  • ทักษะต่อรอง เพื่อเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
  • เทคนิคปิดการขาย เช่น “โปรโมชั่นจะหมดภายในวันนี้” หรือ “ขออนุญาตออกใบเสนอราคาให้เพื่อล็อกเรทราคานี้ไว้ให้ลูกค้า”

เทคนิคเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจโดยไม่กดดันลูกค้า และมีโอกาสสูงที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะตอบตกลง

อ่านบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ตัวอย่างใบเสนอราคาที่ถูกต้อง พร้อมองค์ประกอบและวิธีเขียนให้ดูเป็นมืออาชีพ

4. บันทึกและติดตามผลอย่างเป็นระบบ

หลังโทรติดต่อพูดคุยกับลูกค้า ควรมีการบันทึกผลลัพธ์ เพื่อกำหนดสถานะของลูกค้าแต่ละคน เช่น รอพิจารณา สนใจ หรือปฏิเสธ โดยใช้เครื่องมือสำหรับงานขายอย่าง ระบบ CRM ในการจัดเก็บข้อมูล ติดตามสถานะ และเชื่อมต่อการทำงานร่วมกัน เพื่อให้แต่ละทีมสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ด้วบระบบ Sales Tracking

5. ประเมินผลและปรับกลยุทธ์การโทร

นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ประเมินผล และวางแผนกลยุทธ์เพิ่มเติม เช่น อัตราการรับสาย อัตราปิดการขาย หรือเหตุผลที่ลูกค้าส่วนใหญ่ปฏิเสธ เพื่อนำมาปรับปรุงสคริปต์การขายให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ทักษะสำคัญที่ telesales ต้องมี เพื่อปิดการขาย

ทักษะสำคัญที่ Telesales ต้องมี

เพื่อให้ปิดการขายได้อย่างมืออาชีพ Telesales ที่ดีควรฝึกฝนทักษะพื้นฐานและเรียนรู้ทักษะเสริมอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้

  • ทักษะการสื่อสาร : ฝึกใช้น้ำเสียงและถ้อยคำที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เป็นมิตร
  • ทักษะการฟัง :ทำความเข้าใจความต้องการและปัญหาของลูกค้าอย่างแท้จริง
  • ทักษะการจูงใจ :ลองใช้เหตุผลและอารมณ์ร่วมเพื่อโน้มน้าวใจลูกค้า
  • ทักษะการจัดการเวลา :ช่วยวางแผนการโทรและติดตามลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทักษะการใช้เทคโนโลยี :เช่น การใช้ระบบ CRM การจัดการผ่านระบบรวมแชท หรือระบบจัดการงานขายเพื่อบริหารข้อมูลลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

เพิ่มประสิทธิภาพ Telesales ด้วยระบบ CRM จาก SellStory

เมื่อการแข่งกับเวลาและข้อมูลลูกค้าจำนวนมากเริ่มมีความสำคัญ SellStory ระบบ CRM & Sales Managementจะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมขายทำงานง่าย และปิดการขายได้มากขึ้น โดยเฉพาะฟีเจอร์ที่ช่วยให้ทีม Telesales ทำงานได้แบบมืออาชีพ เช่น

  • ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า ช่วยบันทึกข้อมูล สถานะ และความต้องการของลูกค้าแบบรายบุคคล
  • ดูประวัติการติดต่อและความคืบหน้าของแต่ละดีลได้บนแพลตฟอร์มเดียว
  • มีระบบสร้างใบเสนอราคาและส่งให้ลูกค้าแบบออนไลน์ได้ทันที
  • ระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ฝ่ายขายไม่พลาดการติดตามลูกค้าที่รอการตอบรับ
  • สรุปรายงานยอดขายและประสิทธิภาพทีมขายแบบเรียลไทม์ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ

นอกจากนี้ ระบบ CRM จาก SellStory ยังรองรับการใช้งานได้ทั้งบน Desktop และ Mobile App ให้ทีมขายใช้งานได้จากทุกที่ ทุกเวลา เพื่อไม่พลาดโอกาสปิดการขาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ แพ็กเกจและราคา

ยกระดับ telesales ด้วยการใช้ระบบ crm จาก sellstory

Telesales กลยุทธ์การขายที่ ‘สำคัญ’ ในยุคดิจิทัล

แม้ว่าการขายด้วยระบบออนไลน์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่น้ำเสียงของมนุษย์ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างความไว้วางใจระหว่างลูกค้าและแบรนด์ Telesalesจึงเป็นช่องทางที่ยังสำคัญในงานขายสำหรับทุกธุกิรจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตจากยอดขายในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

เพื่อให้ธุรกิจของคุณ สามารถบริหารจัดการงานขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งออนไลน์ และ Telesales ระบบ CRM & Sales Management จาก SellStoryคือเครื่องมือที่จะช่วยยกระดับทีมขายให้เป็นมืออาชีพ และปิดการขายได้อย่างแนบเนียน

สมัครใช้งานฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 และ Line :@SellStory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Telesales

1. พนักงาน Telesales ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

โทรแนะนำสินค้า แนะนำวิธีแก้ปัญหา ประสานงานกับทีมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ติดตามลูกค้า จัดทำใบเสนอราคา และปิดการขาย

2. ทักษะสำคัญของนักขาย Telesales คืออะไร?

ทักษะการสื่อสาร การพูดและฟังอย่างตั้งใจ การต่อรอง และเลือกใช้เทคนิคปิดการขายที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

3. การใช้ระบบ CRM ช่วยทีม Telesales ได้อย่างไร?

ช่วยจัดเก็บข้อมูลลูกค้า บันทึกโน้ตสคริปต์สำหรับลูกค้าแต่ละราย ติดตามสถานะดีลที่ค้างอยู่ แบะสร้างรายงานเพื่อวัดผลการขายได้อย่างชัดเจน

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

รู้จัก okr vs kpi พร้อมแนวทางการใช้

OKR vs KPI เปรียบเทียบความแตกต่าง พร้อมแนวทางการใช้ในทีม Sales อย่างมืออาชีพ

ธุรกิจทุกวันนี้ขับเคลื่อนได้ด้วยการแข่งขัน การใช้เครื่องมือวัดผลที่แม่นยำจึงเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางขององค์กรและการวางรากฐานกระบวนการขายที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องวัดผลอย่างไรให้องค์กรโต คำถามง่าย ๆ ที่คำตอบอาจไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะถึงแม้ว่า KPI จะเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกบริษัทคุ้นเคย แต่ในยุคที่โลกหมุนไปไวขนาดนี้ OKR ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง

แล้วองค์กรของคุณเหมาะกับอะไรมากกว่ากัน บทความนี้จะพามาเปรียบเทียบชัด ๆ ถึงความแตกต่างและสถานการณ์ที่เหมาะสมในการเลือกใช้ระหว่าง OKR vs KPI เพื่อวางรากฐานการทำงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า KPI และ OKR เป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมกันได้ดีเยี่ยม โดย KPI จะเน้นไปที่การรักษามาตรฐานและตัวเลขฐานรากที่ธุรกิจต้องมี ส่วน OKR จะเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมและเป้าหมายที่ท้าทาย เพื่อยกระดับองค์กรให้เหนือกว่าเดิม การนำทั้งสองระบบมาปรับใช้ร่วมกันอย่างสมดุลจะช่วยให้วัดผลได้จริงในทุกมิติ
constructive feedback คือ การให้ฟีดแบ็กเชิงสร้างสรรค์

Constructive Feedback คืออะไร? พร้อมเทคนิคให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาทีม

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการขายทางธุรกิจมีตัวเลขเป็นเดิมพัน การสื่อสารจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ตัดสินว่าทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่หลายองค์กรกลับพลาดที่การให้ Feedback จนกลายเป็นแรงกดดันจนบั่นทอนกำลังใจ และส่งผลเสียต่อยอดขายในที่สุด

จะดีกว่าไหมถ้าเรา เปลี่ยน "คำวิจารณ์" ให้เป็น "โอกาสในการเติบโต" ด้วยการทำความเข้าใจศิลปะการให้ฟีดแบ็กอย่างสร้างสรรค์ด้วย Constructive Feedback อาวุธลับของ Leader ยุคใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพทีมขาย ไปพร้อมกับผลลัพธ์ที่ก้าวกระโดด

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Constructive Feedback คือการให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาแทนการตำหนิ หากทีมได้รับ Constructive Feedback ที่ถูกหลักการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้พัฒนาตัวเองได้เร็วและปิดดีลได้คมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับระบบ CRM ที่ช่วยเก็บข้อมูลอย่างแม่นยำ จะยิ่งทำให้การให้ Feedback ทรงพลังและตรงจุดที่สุด
value proposition สื่อสารคุณค่าเพื่อสร้างจุดขายให้ธุรกิจ

Value Proposition คืออะไร? พร้อมตัวอย่างวิธีสร้างจุดขายให้กับธุรกิจของคุณ

สินค้าและบริการมีตัวเลือกมากมาย ลูกค้าเลยสามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งที่เราต้องนำเสนอจึงไม่ใช่แค่ “เราขายอะไร” อีกต่อไป แต่คือ “ทำไมลูกค้าต้องเลือกเรา”แบรนด์ที่ยังไม่เข้าใจจึงมักแข่งขันกันด้วยราคา โปรโมชัน หรือฟีเจอร์ ที่อาจยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ขนาดนั้น เพราะยังไม่มี Value Proposition ที่แข็งแรงพอในการสื่อสาร “คุณค่าที่แท้จริง” ให้ลูกค้าเข้าใจ

SellStory จะพามาทำความเข้าใจว่า Value Propositionคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างและวิธีสร้างให้สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นยอดขาย

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Direct