10 เทคนิคสร้างทีมขายที่ดีที่สุด กระตุ้นยอดขายให้ก้าวกระโดด!

เทคนิคสร้างทีมขาย
การสร้างทีมขายที่ดี คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นหรือในระดับองค์กรขนาดใหญ่ก็ตาม แต่การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพจะไม่เกิดขึ้นเลย หากคุณไม่รู้ว่าองค์ประกอบที่สร้างความสำเร็จให้กับอาชีพขายมีอะไรบ้าง และมีเทคนิคอย่างไรในการพัฒนาทีมขายให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

ในบทความนี้ SellStory ได้รวมเทคนิคและกลยุทธ์การสร้างทีมขายให้แข็งแกร่ง เพื่อช่วยให้คุณผลักดันยอดขายได้ตามเป้ามาบอกกัน

เลือกอ่านจากสารบัญ

1. เริ่มต้นจากเป้าหมายและ KPI ที่ชัดเจน

หนึ่งในสาเหตุที่ทีมขายไม่ประสบผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายก็เพราะส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่า องค์ประกอบที่สร้างความสำเร็จให้กับอาชีพขายมีอะไรบ้าง ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญก็คือ “เป้าหมายที่วัดผลได้” ไม่ว่าจะเป็นยอดขายรายเดือน จำนวนลูกค้าใหม่ หรือการตัดสินใจซื้อสินค้า การติดตามวัดผล และกำหนด KPI อย่างชัดเจนจะช่วยให้ทีมมีทิศทางเดียวกัน และทำงานร่วมกันได้แบบทีมเวิร์คเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง KPI

  • ยอดขายที่ปิดได้แบบรายบุคคล
  • ระยะเวลาปิดการขายโดยเฉลี่ย
  • อัตราการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า
  • จำนวนใบเสนอราคาที่ถูกส่งออกต่อเดือน
การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ

2. สร้างวัฒนธรรมทีมที่ผลักดันกันและกัน

การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้วัดกันที่ความเก่งหรือผลงานส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กรและทีมที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน เช่น การแชร์เคสตัวอย่างที่ทำให้ประสบความสำเร็จในยอดขาย, การช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อปิดการขาย หรือการมีหัวหน้าทีมที่ไม่ใช่แค่สั่งการ แต่ยังลงมือทำให้ดูเป็นแบบอย่างได้ในบางครั้ง วัฒนธรรมที่ผลักดันกันและกันจะช่วยให้ทีมมีเป้าหมายร่วมกัน และเติบโตไปได้พร้อม ๆ กัน

อ่านบทความที่น่าสนใจ :6 หลักการสำคัญของ Sales Management ที่ต้องรู้ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการขาย

3. ลงทุนกับเครื่องมือและระบบการขายที่เหมาะสม

การขายในยุคนี้ต้องอาศัยปัจจัยมากกว่าแค่โทรศัพท์ และ Excel เพราะข้อมูลเปรียบเสมือนทรัพย์สิน ทีมขายควรเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้จากทุกที่ ทุกเวลา และควรเข้าถึงได้จากหลายอุปกรณ์แบบไร้ข้อจำกัดระบบ CRM คือหนึ่งในตัวช่วยสำคัญของทีมขายในยุคนี้ ด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยติดตาม จัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรม และวางแผนการขายได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณไม่พลาดโอกาสติดตามสถานะการขาย และการสื่อสารกับลูกค้าที่รวดเร็ว

ตัวอย่างฟีเจอร์เด่นบนระบบ CRM SellStory

4. ใช้แนวคิด 5M ในการบริหารทีมขายให้แข็งแรง

Sales Team ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักใช้แนวคิด 5M ซึ่งแนวคิดที่ช่วยให้โฟกัสได้ทั้งภาพรวมและรายละเอียดของทีมขายได้อย่างสมดุล หากนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมขายได้

แนวคิด 5M ประกอบไปด้วย

  • Man : คัดเลือกคนที่มี Passion และทักษะเหมาะกับงานขาย
  • Money : วางแผนงบประมาณ และจัดการด้านค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
  • Material :เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและบริการอยู่เสมอ
  • Machine : เลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและเหมาะกับการพัฒนาการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ
  • Method : กระบวนการการทำงานที่ชัดเจน กำหนดขั้นตอนและมอบหมายงานที่เหมาะกับเครื่องมือและกลยุทธ์
กลยุทธ์การสร้างทีมงาน ด้วยระบบ crm sellstory

5. สื่อสารอย่างโปร่งใส และให้ Feedback อย่างสม่ำเสมอ

การสื่อสารภายในทีมขายต้องมีความโปร่งใสในเรื่องข้อมูล เช่น ยอดขายเปรียบเทียบ, ความคืบหน้าของแต่ละดีล, ผลตอบรับจากลูกค้า เพื่อให้ทีมมองเห็นภาพรวมในการทำงาน และสามารถนำมาปรับปรุงได้ทันที และควรให้ Feedback อย่างตรงไปตรงมา มีความสม่ำเสมอ อาจเลือกเป็นทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

6. จัดเทรนนิ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดอาวุธทางความคิด

Sales Team ที่ดีต้องไม่หยุดเรียนรู้ แม้เป็นการลงเรียนในคอร์สออนไลน์สั้น ๆ การศึกษา Case Study ที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว หรือวางงบประมาณให้ทีมขายเข้าร่วมเวิร์กชอปด้านการขาย ทักษะการเจรจา การอ่านใจลูกค้า หรือเรียนรู้เกี่ยวกับระบบและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับงานขาย การสร้างความรู้ให้กับทีมอยู่เสมอ คืออาวุธชั้นดีที่ช่วยพัฒนาความคิด การทำงาน และเพิ่มศักยภาพให้กับทีมขายได้

อ่านบทความที่น่าสนใจ :5 เทคนิคการปิดการขายแบบมืออาชีพ เพิ่มยอดขายได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

7. สร้างทีมด้วยแนวคิด Agile

ในบางธุรกิจการสร้างทีมขายแบบแยกโซน แบ่งเซกเมนต์ หรือมีการเพิ่มทีมTelesales ควบคู่กัน อาจช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรวบรวมทั้งหมดไว้ให้เฉพาะคนหรือเฉพาะทีมเดียวเท่านั้น ซึ่งการสร้างทีมขายด้วยแนวคิด Agile แบบนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัว แบ่งหน้าที่ได้ตามความถนัด และในบางสถานการณ์ยังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ภายในทีมได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น เน้นทีมที่ปิดการขายได้เร็วเมื่อต้องออกโปรโมชันใหม่ หรือเน้นทีมที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวเมื่อต้องการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่

อ่านบทความที่น่าสนใจ :4 เทคนิคการใช้ระบบ crm เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า

เพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย ด้วย dashboard รายงานการขาย

8. ใช้ Data และ Dashboard ขับเคลื่อนทีมแบบเรียลไทม์

บางครั้งการรอสรุปผลงานช่วงปลายเดือนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาทีมขาย ควรให้ทีมเห็นตัวเลขยอดขายแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รู้ว่าใครกำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนไหน หรือทีมขายคนไหนที่มีโอกาสปิดดีลการขายได้บ้าง เพื่อให้ติดตามและวิเคราะห์Sales Pipeline ได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งระบบ CRM SellStory ก็มีฟีเจอร์รายงานการขายและ Dashboard ที่ใช้งานง่าย และดูรายงานสรุปได้รวดเร็ว เลือกได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ ไม่พลาดในทุกการวิเคราะห์การขาย

9. ยืดหยุ่นต่อความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน

พนักงานขายแต่ละคนมีความถนัดและความสามารถที่โดดเด่นต่างกัน ดังนั้นอย่าคาดหวังให้ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีเหมือนกันทั้งหมด หัวหน้าทีมที่ดีควรจัดสรรหน้าที่และบทบาทที่ช่วยเสริมความสามารถของลูกทีม เช่น ให้คนที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลเชิงลึกของตัวสินค้า ช่วยซัพพอร์ตเซลที่ไม่ถนัดข้อมูลเชิงลึกเมื่อต้องตอบคำถามลูกค้า, จับคู่การทำงานของพนักงานที่มีสไตล์และความสามารถที่ช่วยเสริมกัน หรือเลือกใช้ระบบออกเอกสารการขายอัตโนมัติให้กับเซลที่ขายเก่งแต่ไม่ถนัดเรื่องเอกสาร

10. สร้างแรงจูงใจอย่างมีกลยุทธ์

หนึ่งในกลยุทธ์การสร้างทีมขายให้มีประสิทธิภาพ คือการสร้างแรงจูงใจในการทำงานและพัฒนายอดขาย อย่างการทำ Leaderboard รายสัปดาห์เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในทีมขาย ซึ่งแรงจูงใจอาจเป็นได้ทั้งCommision และIncentive โดยอาจเลือกออกแบบให้เหมาะกับวัฒนธรรมของทีม และเน้นการส่งเสริมระยะยาวมากกว่าการหวังผลจากยอดขายในระยะสั้น

เพิ่มศักยภาพให้ทีมขาย ด้วยระบบ crm

การสร้างทีมขายที่ดี ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่มันคือศาสตร์และศิลป์ ที่คุณเองก็ทำได้

การมีทีมขายที่ดี คือรากฐานสำคัญของการผลักดันยอดขายให้เติบโต ซึ่งต้องแลกมาด้วยการฝึกฝน พัฒนา และเรียนรู้จากทุกคนในทีมขาย ที่บางครั้งก็ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เหมาะสมกับบุคลิกและวัฒนธรรมของทีมขายด้วย ที่สำคัญคือ การใช้เทคโนโลยีช่วยสนับสนุนการทำงานของทีมขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างระบบ CRM หรือ Customer relationship management ระบบหลังบ้านที่ช่วยบริหารจัดการการทำงานของทีมขาย จัดเก็บข้อมูลลูกค้า และสรุปยอดขาย ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยพัฒนาการทำงานและยกระดับ Sales Team ให้เป็นมืออาชีพมากขึ้นได้

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยดี ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ทีมขาย และผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้า ขอแนะนำ SellStoryระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือที่ตอบโจทย์สำหรับทุกงานขาย ด้วยฟีเจอร์ที่ใช้ง่าย ใช้ได้จริง และเรียกดูยอดขายได้แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกการขายเติบโตได้แบบก้าวกระโดด

สมัครใช้งานฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.095-371-7988 และไลน์ไอดี@sellstory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

รู้จัก okr vs kpi พร้อมแนวทางการใช้

OKR vs KPI เปรียบเทียบความแตกต่าง พร้อมแนวทางการใช้ในทีม Sales อย่างมืออาชีพ

ธุรกิจทุกวันนี้ขับเคลื่อนได้ด้วยการแข่งขัน การใช้เครื่องมือวัดผลที่แม่นยำจึงเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางขององค์กรและการวางรากฐานกระบวนการขายที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องวัดผลอย่างไรให้องค์กรโต คำถามง่าย ๆ ที่คำตอบอาจไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะถึงแม้ว่า KPI จะเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกบริษัทคุ้นเคย แต่ในยุคที่โลกหมุนไปไวขนาดนี้ OKR ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง

แล้วองค์กรของคุณเหมาะกับอะไรมากกว่ากัน บทความนี้จะพามาเปรียบเทียบชัด ๆ ถึงความแตกต่างและสถานการณ์ที่เหมาะสมในการเลือกใช้ระหว่าง OKR vs KPI เพื่อวางรากฐานการทำงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า KPI และ OKR เป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมกันได้ดีเยี่ยม โดย KPI จะเน้นไปที่การรักษามาตรฐานและตัวเลขฐานรากที่ธุรกิจต้องมี ส่วน OKR จะเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมและเป้าหมายที่ท้าทาย เพื่อยกระดับองค์กรให้เหนือกว่าเดิม การนำทั้งสองระบบมาปรับใช้ร่วมกันอย่างสมดุลจะช่วยให้วัดผลได้จริงในทุกมิติ
constructive feedback คือ การให้ฟีดแบ็กเชิงสร้างสรรค์

Constructive Feedback คืออะไร? พร้อมเทคนิคให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาทีม

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการขายทางธุรกิจมีตัวเลขเป็นเดิมพัน การสื่อสารจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ตัดสินว่าทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่หลายองค์กรกลับพลาดที่การให้ Feedback จนกลายเป็นแรงกดดันจนบั่นทอนกำลังใจ และส่งผลเสียต่อยอดขายในที่สุด

จะดีกว่าไหมถ้าเรา เปลี่ยน "คำวิจารณ์" ให้เป็น "โอกาสในการเติบโต" ด้วยการทำความเข้าใจศิลปะการให้ฟีดแบ็กอย่างสร้างสรรค์ด้วย Constructive Feedback อาวุธลับของ Leader ยุคใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพทีมขาย ไปพร้อมกับผลลัพธ์ที่ก้าวกระโดด

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Constructive Feedback คือการให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาแทนการตำหนิ หากทีมได้รับ Constructive Feedback ที่ถูกหลักการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้พัฒนาตัวเองได้เร็วและปิดดีลได้คมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับระบบ CRM ที่ช่วยเก็บข้อมูลอย่างแม่นยำ จะยิ่งทำให้การให้ Feedback ทรงพลังและตรงจุดที่สุด
value proposition สื่อสารคุณค่าเพื่อสร้างจุดขายให้ธุรกิจ

Value Proposition คืออะไร? พร้อมตัวอย่างวิธีสร้างจุดขายให้กับธุรกิจของคุณ

สินค้าและบริการมีตัวเลือกมากมาย ลูกค้าเลยสามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งที่เราต้องนำเสนอจึงไม่ใช่แค่ “เราขายอะไร” อีกต่อไป แต่คือ “ทำไมลูกค้าต้องเลือกเรา”แบรนด์ที่ยังไม่เข้าใจจึงมักแข่งขันกันด้วยราคา โปรโมชัน หรือฟีเจอร์ ที่อาจยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ขนาดนั้น เพราะยังไม่มี Value Proposition ที่แข็งแรงพอในการสื่อสาร “คุณค่าที่แท้จริง” ให้ลูกค้าเข้าใจ

SellStory จะพามาทำความเข้าใจว่า Value Propositionคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างและวิธีสร้างให้สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นยอดขาย

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Direct