Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

การใช้ chatbot เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
ความเข้าใจผิดของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ เพียงแค่มีสินค้าและบริการคุณภาพดี ก็เพียงพอสำหรับการดึงดูดลูกค้าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจกลับขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่สามารถมอบบริการที่เร็วที่สุดมักจะถูกรับเลือกเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบเร็ว การส่งเร็ว และการให้บริการเร็ว ดังนั้นการมีตัวช่วยอย่าง Chatbot มาทุ่นแรงและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม

วันนี้ SellStory จะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ Chatbot และ AI Chatbot สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยทำงาน รวมถึงจุดเด่นในการนำไปประยุกต์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน

เลือกอ่านจากสารบัญ

Chatbot คืออะไร?

Chatbot คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาทำงานแทนมนุษย์ ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยสามารถเรียนรู้และสื่อสารผ่านตัวอักษรหรือเสียงได้แบบเรียลไทม์

วัตถุประสงค์หลักของการนำ Chatbot มาใช้ในธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมขาย คือ การเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับทีมงานหลังบ้าน ซึ่งจะมีการติดตั้ง Chatbot เอาไว้ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Line OA, Facebook, Instagram รวมไปถึงเว็บไซต์และระบบ CRM เพื่อทำหน้าที่ในการรับข้อมูล และโต้ตอบตามการตั้งค่าที่กำหนดไว้

อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ประโยชน์ของระบบ CRM ในการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า

AI Chatbot คืออะไร?

เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีได้มีการพัฒนามากขึ้น การนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้ร่วมกับ NLP (Natural Language Processing) ทำให้มีความสามารถในการวิเคราะห์ความต้องการได้ลึกซึ้ง สามารถเข้าใจความหมายของประโยคต่าง ๆ ได้ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังมีระบบ Machine Learningหรือการเรียนรู้ข้อมูลอยู่เสมอ ยิ่งใช้งานนานขึ้น มีการพูดคุยเยอะขึ้น ก็จะทำให้ AI Chatbot มีประสิทธิภาพการทำงานที่มากขึ้นตามไปด้วย

Chatbot มีอะไรบ้าง? รูปแบบการทำงานเป็นยังไง?

ประเภทของ Chatbot มีอะไรบ? สามารถจำแนกได้หลายวิธี แต่เพื่อลดความสับสน ในหัวข้อนี้จะจำแนก Chatbot ตามการทำงานหลักทั้งหมด 2 รูปแบบ

1. Rule-Based Chatbot (แบบกำหนดกฎ)

การกำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์ให้ระบบ โดยจะมีการกำหนดคีย์เวิร์ดหรือคำที่เกี่ยวข้อง เมื่อระบบตรวจจับคำนั้น ๆ จากประโยคที่ลูกค้าส่งมา ก็จะทำการตอบกลับด้วยข้อความตามที่ตั้งค่าเอาไว้ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับคำถามที่พบบ่อย หรือข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากนัก สามารถเตรียมชุดคำตอบเอาไว้ได้เลย

2. Conversational AI Chatbot (แบบใช้ AI)

การผสมผสานระหว่าง NLP (Natural Language Processing) และ Machine Learning สามารถปรับรูปแบบการโต้ตอบกับลูกค้าให้เหมาะสม ด้วยการเลือกใช้คำหรือระดับภาษาตามที่ลูกค้าใช้ รวมไปถึงกรณีที่ข้อความของลูกค้าไม่มีคีย์เวิร์ดตามที่กำหนดไว้ AI Chatbot ก็สามารถเรียนรู้ และเลือกนำคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดมาแสดงผลได้

วิธีการนำ Chatbot มาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจ

Chatbot สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การเงิน การแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำไปช่วยบริหารทีมขาย เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน ดังนี้

  • Customer Service Support: สามารถให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตั้งค่าคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย: ลดภาระงาน ด้วยการ Chatbot รับหน้าที่ในการตอบคำถามแทนพนักงานจริง ๆ
  • สร้างความประทับใจ: ตั้งค่า Welcome Message ในการต้อนรับลูกค้าทุกครั้ง
  • ลดต้นทุน: เมื่อมี Chatbot มาช่วยตอบคำถามลูกค้า ก็จะช่วยประหยัดค่าจ้างแอดมินในการตอบคำถาม
  • Personalization: AI Chatbot สามารถจดจำความชอบของลูกค้าและนำเสนอสินค้าที่ตรงใจรายบุคคลได้

SellStory ระบบ CRM & Sales Management มาพร้อมกับโปรแกรม Chatbot ช่วยทีมปิดการขาย

chatbot คือ เครื่องมือสำคัญของธุรกิจการขาย

Chatbot เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของทีมขายได้ 100% แต่ต้องมีเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการระบบหลังบ้านได้ดีด้วย เพื่อเป็นตัวกลางสำหรับการทำงานของบอทและมนุษย์

  • Smart Chat Center: ระบบรวมแชททุกช่องทางมาไว้ที่เดียว โดยให้ Chatbot ช่วยรับเรื่องในช่วงแรกเพื่อคัดกรองลีดที่ “ใช่”
  • Smooth Handover: เมื่อถึงขั้นตอนการเจรจาหรือปิดการขายที่ซับซ้อน ระบบจะแจ้งเตือนให้พนักงานขายเข้ามารับช่วงต่อได้ทันที โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกสะดุด
  • Data Integration: ข้อมูลทุกอย่างที่ลูกค้าคุยกับ Chatbot จะถูกบันทึกในระบบ CRM ของ SellStory ทันที

สรุป Chatbot คือตัวช่วยปิดดีลให้ทีมขาย

เพิ่มความรวดเร็วให้กับการทำงาน เพื่อสร้างโอกาสปิดการขายได้อย่างมืออาชีพ ด้วยการเลือกใช้ SellStory ระบบ CRM & Sales Management ช่วยลดขั้นตอนการทำงานระหว่างทีมและลูกค้า ผ่านการนำ Chatbot มาช่วยจัดการ มาพร้อมกับฟังก์ชันการตั้งค่าข้อความอัตโนมัติ และระบบบริหารงานขายมากมาย เช่น Sales Pipeline, Sales Dashboard, ระบบออกใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้ เป็นต้น

ทีมสามารถติดตามสถานะของการทำงานได้อย่างเรียลไทม์ ป้องกันการตกหล่นของลูกค้าระหว่างการทำงาน ที่สำคัญ คือ ระบบ CRM & Sales Management จาก SellStory ใช้งานง่าย สะดวก ครบจบในแพลตฟอร์มเดียว

ทดลองใช้ SellStory ได้ตอนนี้ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 Line :@SellStory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Chatbot

1. Chatbot เหมาะกับธุรกิจประเภทไหนมากที่สุด?

เหมาะกับทุกธุรกิจที่มีการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีคำถามซ้ำ ๆ เช่น ร้านค้า E-commerce, ธุรกิจบริการ, อสังหาริมทรัพย์ และการจองคิว

2. ถ้าลูกค้าพิมพ์ภาษาวัยรุ่นหรือภาษาแสลง AI Chatbot จะเข้าใจไหม?

AI Chatbot สมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี NLP สามารถเข้าใจความหมายแฝงและภาษาที่ไม่เป็นทางการได้ดีกว่าระบบเดิมมาก ยิ่งมีการเทรนข้อมูลมากเท่าไหร่ บอทจะยิ่งเข้าใจบริบทเหล่านั้นได้ดีขึ้น

3. เราสามารถติดตั้ง Chatbot บนหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันได้ไหม?

ได้ และควรใช้ระบบจาก SellStory เพื่อรวมแชทจากทุกแพลตฟอร์มมาจัดการในที่เดียว เพื่อป้องกันความสับสน

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การใช้ chatbot เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

ความเข้าใจผิดของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ เพียงแค่มีสินค้าและบริการคุณภาพดี ก็เพียงพอสำหรับการดึงดูดลูกค้าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจกลับขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่สามารถมอบบริการที่เร็วที่สุดมักจะถูกรับเลือกเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบเร็ว การส่งเร็ว และการให้บริการเร็ว ดังนั้นการมีตัวช่วยอย่าง Chatbot มาทุ่นแรงและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม

วันนี้ SellStory จะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ Chatbot และ AI Chatbot สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยทำงาน รวมถึงจุดเด่นในการนำไปประยุกต์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน
กระบวนการขายเพื่อพัฒนาทักษะของนักขาย

รวมกระบวนการขายที่นักขายควรรู้ เพิ่มประสิทธิภาพและปิดการขายแม่นยำ

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมนักขายอันดับต้น ๆ ในบริษัทถึงสามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่พลาด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะดวง พรสวรรค์ หรือประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการขายงานที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ การวางแผนกระบวนการขาย (Selling Process) อย่างชัดเจนและเป็นระบบ

บทความนี้ SellStory จะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการขาย 7 ขั้นตอน ที่นักขายมืออาชีพนิยมใช้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขายออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อยกระดับการทำงานของทีมขายให้สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ระบบจัดการแชทและลูกค้าอย่างมืออาชีพ

จัดการแชทลูกค้าอย่างมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยเทคนิคตอบไว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ “การรอคอย” กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการทำธุรกิจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในทุกบริการ ส่งผลให้ “ความรวดเร็ว” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมขายต้องทำให้สำเร็จ เพื่อปิดการขายให้ได้เมื่อลูกค้าทักแชทมา เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากซื้อมากที่สุด และมีโอกาสสูงสุดในการโน้มน้าวการตัดสินใจ

บทความนี้ SellStory จะมาแนะนำระบบจัดการแชท เพื่อให้ตอบโจทย์ความรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการตอบไว การจัดลำดับความสำคัญ และการแบ่งหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบแชทของทีมงาน จนสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า