AI Sales Automation ระบบขายอัตโนมัติ ช่วยธุรกิจเติบโตได้อย่างไร?

AI Sales Automation ระบบขายอัตโนมัติ ช่วยธุรกิจเติบโตได้อย่างไร?

ai sales automation ระบบขายอัตโนมัติสำหรับธุรกิจ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยที่ช่วยให้เกิดการปิดการขายของกิจการได้ดีนั้น การให้บริการในส่วนของงาน Admin เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และตอบคำถามที่ลูกค้าต้องการ แต่เมื่อกิจการมีการเติบโตมากขึ้น ทีมขายกลับต้องเผชิญกับงานเอกสารที่เยอะขึ้น ด้วยข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่หลายส่วน จนส่งผลให้ไม่สามารถติดตามเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ไวเท่าที่ควร

AI Sales Automation หรือ ระบบขายอัตโนมัติจึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการจัดการข้อมูล และรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนที่ระบบสามารถทำได้ผ่านการตั้งค่า ทำให้ทีมขายสามารถโฟกัสกับงานส่วนอื่น เพื่อปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้ SellStory จะพาไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยี AI Automation ว่านำมาใช้กับงานขายอย่างไรได้บ้าง

เลือกอ่านจากสารบัญ

AI Sales Automation คืออะไร?

AI Automation คือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่นำมาผสมผสานกับระบบอัตโนมัติ เพื่อใช้ทำงานในกระบวนการที่มีความเป็นแพตเทิร์น และต้องการความรวดเร็ว ให้สามารถดำเนินไปเองได้โดยอัตโนมัติ เมื่อนำมาใช้กับงานขายหรือทีมขาย เทคโนโลยีนี้จึงถูกเรียกว่า AI Sales Automation

ระบบนี้ไม่ใช่การนำมาใช้เพื่อแทนที่กำลังคน แต่เป็นการออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ในการทุ่นแรงสำหรับส่วนงานที่จำเป็นต้องใช้เวลานาน เช่น การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ยอดขาย การตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า เพื่อให้กระบวนการขายเป็นไปอย่างราบรื่น และลดข้อผิดพลาดจากการทำงาน ส่งผลให้ทีมขายสามารถใช้เวลาไปกับการปิดการขายได้เต็มที่

AI Sales Automation ทำงานอย่างไร?

1. Data Collection

รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทาง เช่น เว็บไซต์ อีเมล โซเชียลมีเดีย และระบบ CRM มารวมไว้ในที่เดียว จากนั้นทำการ Data Cleansing ข้อมูล ให้เป็นระเบียบ และถูกต้องตามหมวดหมู่ที่ต้องการ พร้อมสำหรับการนำไปใช้งานต่อ

2. Machine Learning

เมื่อได้ข้อมูลที่จำเป็นมาแล้ว จากนั้นทำการเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรม ประวัติการซื้อ และแนวโน้มความสนใจ

3. Automation Trigger

กำหนดเงื่อนไขที่ต้องทำจากผลลัพธ์และข้อมูลที่ได้ เช่น หากลูกค้ากรอกฟอร์มมา ระบบจะส่งอีเมลตอบกลับทันที รวมถึงการแจ้งเตือนไปที่ทีมขายให้ทราบ แล้วดำเนินการติดต่อกลับ

4. Dashboard Result

แดชบอร์ดสำหรับสรุปผลการดำเนินงาน จากข้อมูลภายในระบบ CRM เช่น Sales Forecast, Sales Pipeline และการสรุปยอดขาย

5. Learning & Optimization

ระบบ AI Automation จะมีการเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปปรับปรุงในด้านของความแม่นยำ และการคัดกรองลูกค้าในครั้งถัดไป ดังนั้นระบบจะมีการพัฒนาและแสดงผลได้แม่นยำมากขึ้น เมื่อมีการใช้งานต่อไปในระยะยาว

ประโยชน์ของ AI Sales Automation ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต

1. ช่วยประหยัดเวลา ลดงานซ้ำซ้อนของทีมขาย

งานที่กินเวลาทีมขายมากที่สุด คือ งานเอกสารและการกรอกข้อมูลต่าง ๆ เข้าระบบ เมื่อมี AI Sales Automation เข้ามาช่วยจัดการบันทึกข้อมูลลงระบบ CRM ร่วมถึงระบบตอบกลับอัตโนมัติ ทำให้ทีมสามารถให้ความสำคัญกับลูกค้า และเนื้องานอื่น ๆ ได้เต็มที่มากขึ้น

2. เพิ่มโอกาสปิดการขายด้วยข้อมูลที่แม่นยำ

ฟีเจอร์สำคัญของ AI คือการทำ Lead Scoring หรือการให้คะแนนลูกค้าแต่ละคน โดยทำการวิเคราะห์แนวโน้มความสนใจที่จะซื้อสินค้า เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการติดต่อ ทำให้ทีมขายรู้ว่าควรทำอย่างไรเพื่อปิดการขายในลูกค้าแต่ละรายที่แตกต่างกัน

3. ทำให้การติดตามลูกค้ามีประสิทธิภาพขึ้น

ทุกความล่าช้าในการติดต่อลูกค้า ถือเป็นค่าเสียโอกาสที่บริษัทต้องจ่าย ระบบ AI Sales Automation จะเข้ามาช่วยด้วยการมีฟีเจอร์แจ้งเตือน และส่งข้อความหาลูกค้าอัตโนมัติ เพื่อลดอัตราการตกหล่นของลูกค้า

4. ทำให้งบประมาณการตลาดและการขายคุ้มค่า

การยิงโฆษณาหรือใช้งบการตลาดไปกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ถูกต้อง ทำให้บริษัทสิ้นเปลืองงบประมาณ การใช้ระบบ AI จะช่วยวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ทำให้ทีมการตลาดสามารถกำหนดกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุน (ROI)

5. สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

ลูกค้าแต่ละคนมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน บางคนอาจไม่ชอบการรบกวน หรือความ Hard Sell มากเกินไป ระบบ AI Sales Automation สามารถปรับแต่งข้อความเฉพาะบุคคล เพื่อให้การสนทนากับลูกค้ามีความเจาะจงมากขึ้น ช่วยสร้างความประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของทีมงาน

ตัวอย่างการใช้ AI Sales Automation กับทีมขาย

ตัวอย่างการตอบแชทของระบบ ai sales automation

เพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ว่าเทคโนโลยี AI Automation สามารถนำมาใช้ในงานขายได้จริง SellStory ขอแนะนำตัวอย่างการใช้งานที่สำคัญ ดังนี้

  • การส่งใบเสนอราคาและเอกสารอัตโนมัติ: เมื่อลูกค้ามีความสนใจในสินค้าและบริการ ระบบสามารถดึงข้อมูลสินค้าชนิดนั้น ๆ พร้อมราคา เพื่อสร้างใบเสนอราคาที่มีข้อมูลครบถ้วน ส่งให้แก่ลูกค้าทันที ลดขั้นตอนการทำงานจากเดิมที่ต้องรอทีมงานมาจัดการ
  • การแจ้งเตือนให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ: ระบบจะทำการวิเคราะห์ประวัติการซื้อ และระยะเวลาที่สินค้าใกล้หมด เพื่อทำการแจ้งเตือนให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือแจ้งเตือนทีมขายในการเสนอการต่อสัญญา
  • Chatbot ตอบลูกค้าทันที 24 ชม.: ระบบการรวมแชทจากทุกช่องทางไว้ในที่เดียว พร้อมการตอบกลับอัตโนมัติแบบเบื้องต้น ก่อนส่งต่อให้ทีมขายหรือ Admin เป็นผู้ดูแล
  • วิเคราะห์ความสนใจลูกค้าจากประวัติการคุย: ระบบ CRM ของ Sellstory จะทำการจัดเก็บประวัติการสนทนา และความสนใจของลูกค้าเพื่อวิเคราะห์ ทำให้ทีมทราบความต้องการของลูกค้าได้ทันที

อ่านบทความเพิ่มเติม: “ระบบรวมแชท” เปลี่ยนเกมธุรกิจ กับ 5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด

ธุรกิจแบบไหนควรใช้ AI Sales Automation?

  • ธุรกิจ SME และร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่ทีมขายมีน้อย แต่ต้องดูแลลูกค้าจำนวนมาก
  • ธุรกิจที่มีเว็บไซต์ขายสินค้าหรือมี Lead เข้ามาจำนวนมาก จำเป็นต้องคัดกรองลูกค้าอย่างรวดเร็ว
  • ธุรกิจที่ต้องติดตามลูกค้าหลายช่องทาง เช่น Facebook, Line OA, Instagram จำเป็นต้องรวมแชทจากทุกช่องทางไว้ในระบบ CRM เดียว
  • ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพฝ่ายขายโดยไม่เพิ่มจำนวนพนักงาน แต่นำระบบ AI Sales Automation มาใช้แทน

สรุป ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ AI Sales Automation

เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และธุรกิจมีการเติบโตมากขึ้น การนำ AI Sales Automation มาใช้ จะช่วยให้ทีมขายสามารถทำงานได้ เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และฉลาดขึ้น สามารถให้ความสำคัญกลับลูกค้าได้ถูกกลุ่ม ลดปัญหาข้อผิดพลาดระหว่างทำงานได้ดี

การนำระบบ CRM & Sales Management ที่มี AI Sales Automation จาก SellStory มาใช้ จะช่วยลดต้นทุนแฝง เพิ่มยอดขาย ขยายองค์กร สร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

สมัครใช้งานฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 และ Line :@SellStory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การใช้ AI Sales Automation

1. ระบบ Automation จะเข้ามาแย่งงานพนักงานขายหรือไม่?

ไม่ เพราะระบบนี้จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่เปรียบเสมือนเครื่องทุ่นแรง จัดการงานในส่วนที่มีความซ้ำซ้อน เพื่อให้พนักงานมีเวลาโฟกัสกับงานส่วนอื่นที่สำคัญกว่าได้อย่างเต็มที่

2. จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง IT ไหม ถึงใช้งานระบบนี้ได้?

ไม่จำเป็น เพราะระบบ CRM ของ SellStory ออกแบบมาให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการเขียนโค้ด เพียงแค่ลองใช้งานตามเมนูต่าง ๆ ที่กำหนดเอาไว้ได้เลย

3. ลูกค้าจะรู้ไหมว่ากำลังคุยกับระบบอัตโนมัติ (AI) ไม่ใช่คน?

หากมีการตั้งค่าที่ดี ลูกค้าอาจไม่รู้ เพราะระบบสามารถทำ Personalization หรือใส่ชื่อลูกค้าและเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจได้ แต่ในกรณีที่เป็น Chatbot ตอบคำถาม แนะนำให้แจ้งลูกค้าว่าเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อความจริงใจ

4. ถ้าปัจจุบันใช้ Excel เก็บข้อมูลลูกค้าอยู่ จะย้ายมาใช้ระบบนี้ยากไหม?

ไม่ยาก เพราะระบบส่วนใหญ่รองรับการ Import ไฟล์ Excel (.csv หรือ .xls) เข้าไปได้เลย ทำให้คุณสามารถย้ายฐานข้อมูลลูกค้าเดิมที่มีอยู่เข้าสู่ระบบ AI Sales Automation ได้ภายในไม่กี่นาที

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การใช้ chatbot เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

ความเข้าใจผิดของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ เพียงแค่มีสินค้าและบริการคุณภาพดี ก็เพียงพอสำหรับการดึงดูดลูกค้าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจกลับขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่สามารถมอบบริการที่เร็วที่สุดมักจะถูกรับเลือกเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบเร็ว การส่งเร็ว และการให้บริการเร็ว ดังนั้นการมีตัวช่วยอย่าง Chatbot มาทุ่นแรงและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม

วันนี้ SellStory จะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ Chatbot และ AI Chatbot สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยทำงาน รวมถึงจุดเด่นในการนำไปประยุกต์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน
กระบวนการขายเพื่อพัฒนาทักษะของนักขาย

รวมกระบวนการขายที่นักขายควรรู้ เพิ่มประสิทธิภาพและปิดการขายแม่นยำ

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมนักขายอันดับต้น ๆ ในบริษัทถึงสามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่พลาด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะดวง พรสวรรค์ หรือประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการขายงานที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ การวางแผนกระบวนการขาย (Selling Process) อย่างชัดเจนและเป็นระบบ

บทความนี้ SellStory จะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการขาย 7 ขั้นตอน ที่นักขายมืออาชีพนิยมใช้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขายออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อยกระดับการทำงานของทีมขายให้สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ระบบจัดการแชทและลูกค้าอย่างมืออาชีพ

จัดการแชทลูกค้าอย่างมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยเทคนิคตอบไว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ “การรอคอย” กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการทำธุรกิจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในทุกบริการ ส่งผลให้ “ความรวดเร็ว” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมขายต้องทำให้สำเร็จ เพื่อปิดการขายให้ได้เมื่อลูกค้าทักแชทมา เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากซื้อมากที่สุด และมีโอกาสสูงสุดในการโน้มน้าวการตัดสินใจ

บทความนี้ SellStory จะมาแนะนำระบบจัดการแชท เพื่อให้ตอบโจทย์ความรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการตอบไว การจัดลำดับความสำคัญ และการแบ่งหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบแชทของทีมงาน จนสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า