เห็นภาพรวมงานขายด้วย Job Boad & Job Card จาก SellStory ใช้ง่าย!

เห็นภาพรวมทุกงานขาย! ด้วย Job Boad & Job Card จาก SellStory ใช้งานง่ายไม่กี่ขั้นตอน

ใช้ฟีเจอร์ job board & job card จากระบบจัดการงานขาย sellstory ให้กระบวนการทำงานขายไม่ตกหล่น
การบริหารจัดการงานและมอบหมายหน้าที่ให้ทีมดำเนินไปอย่างราบรื่นถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต หากทีมไม่เห็นภาพรวมของงานที่ชัดเจน หรือสื่อสารไม่ทั่วถึง อาจนำไปสู่ปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน งานตกหล่น และส่งผลเสียต่อกระบวนการทำงานโดยรวมขององค์กรได้อีกด้วย

ดังนั้น สำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้จัดการแล้ว การมีเครื่องมืออย่าง Job Boad และ Job Card จาก ระบบจัดการงานขาย ของ SellStory เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร ผ่านการทำงานร่วมกันได้ที่ง่าย พร้อมติดตามความคืบหน้าของงานได้แบบเรียลไทม์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้!

เลือกอ่านจากสารบัญ

ฟังก์ชันกระดานงาน (Job Board) และใบงาน (Job Card) ของ SellStory

ปัญหายอดฮิตในกระบวนการทำงานที่นักขายทั้งหลายต้องเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็น ทีมขายแต่ละคนมีข้อมูลไม่ตรงกัน ไม่รู้ว่าใครดูแลดีลไหน ลูกค้าคนไหนอยู่ในขั้นตอนไหนบ้าง วางกลยุทธ์ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีภาพรวมของกระบวนการขายที่ชัดเจน ทำให้แต่ละคนทำงานสะเปะสะปะ ปิดดีลช้า ลูกค้าไม่พอใจ ยอดขายร่วง

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะระบบSellStory CRM & Sales Management มีกระดานงาน (Job Board) และใบงาน (Job Card) ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้อยู่หมัดตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนปิดการขาย แต่จะช่วยได้อย่างไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย!

อ่านบทความที่น่าสนใจ :5 วิธีใช้ระบบ CRM ให้เซลล์ปิดการขายได้เร็วขึ้น

สร้างเลนบนกระดานงานได้อย่างอิสระ

1. เพิ่ม Lane ได้อย่างอิสระ เห็นทุกขั้นตอนการขาย

กระดานงาน (Job Board) ที่เพิ่มและตั้งชื่อเลน (Lane) ได้อย่างอิสระ ช่วยให้ติดตามขั้นตอนการขายให้ง่ายขึ้น ด้วยการตั้งชื่อ Lane ตามวัตถุประสงค์ อย่าง“นำเสนอ” หรือ“ติดตามผล” ตามขั้นตอนการขาย ของทีม เช่น

  • Lane 1: Leads ใหม่ (ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา)
  • Lane 2: ติดต่อแล้ว (ลูกค้าที่ได้รับการติดต่อครั้งแรก)
  • Lane 3: โทรนัดหมาย (ลูกค้าที่นัดหมายเพื่อนำเสนอสินค้า/บริการ)
  • Lane 4: นำเสนอ (ลูกค้าที่ได้รับการนำเสนอและใบเสนอราคาแล้ว)
  • Lane 5: ปิดการขาย (ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อ)
  • Lane 6: ไม่สำเร็จ (ลูกค้าที่ไม่สนใจ)
สร้างใบงานเก็บทุกข้อมูลสำคัญ

2. สร้าง Job Card เชื่อมทุกข้อมูลสำคัญ

สร้างใบงาน (Job Card) ใหม่ ที่สามารถเพิ่มลูกค้าใหม่หรือสามารถเลือกลูกค้าที่มีข้อมูลในระบบอยู่แล้วก็ได้ โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องของลูกค้ารายนั้นจะปรากฏขึ้นมาให้อัตโนมัติ ทั้งเซลที่รับผิดชอบ ระดับความสนใจของลูกค้า ไปจนถึง Hashtags แต่ก็สามารถแก้ไขข้อมูลที่มีอยู่ก่อนแล้วได้

ไม่ว่าจะเป็นการย้ายเลน (Lane) เปลี่ยนวันที่คาดการณ์เสร็จสิ้น สถานะ และรายละเอียดอื่น ๆ ได้อย่างไหลลื่น ทั้งยังสามารถ Copy ใบงานไว้ใช้กับลูกค้าที่คล้ายกัน หรือ Archive ใบงานเพื่อเก็บประวัติข้อมูลไว้ดูในภายหลังได้ โดยที่กระดานงานยังคงความเป็นระเบียบ ตามงานง่าย สบายตา

ใช้เทมเพลตสิ่งที่ต้องทำในใบงานได้

3. วางแผนการทำงานง่าย ๆ ด้วย Template รายการสิ่งที่ต้องทำได้

ประหยัดเวลาในการทำงานซ้ำ ๆ ด้วยการสร้าง Template รายการสิ่งที่ต้องทำ สามารถเพิ่มเทมเพลตใหม่ได้ตามต้องการสำหรับแต่ละใบงาน (Job Card) หรือหากมีรายการที่ต้องใช้เป็นประจำ ก็สามารถตั้งค่าให้เป็นเทมเพลตได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์รายการเดิมซ้ำซาก ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น ให้กระบวนการทำงานเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในแต่ละใบงานยังสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ารายการสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดมีกี่ข้อ และทำเสร็จไปแล้วกี่ข้อ ติดตามความคืบหน้าของงานได้อย่างรวดเร็วและไม่ตกหล่น

แนบไฟล์เอกสารการขายได้

4. แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ในที่เดียว

ไม่ต้องคอยค้นหาเอกสารที่กระจัดกระจาย เพราะสามารถแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าแต่ละรายไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้/ใบวางบิล ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ ที่สร้างขึ้นจากรายการสินค้าในใบงาน (Job Card) หรือแม้แต่ไฟล์อื่นที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายนั้น จะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ

ทำให้ทีมงานทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก

อ่านบทความที่น่าสนใจ :5 เอกสารสำคัญในงานขายที่เจ้าของธุรกิจและพนักงานควรไม่ควรพลาด

ทำงานเป็นทีมได้ดียิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์กิจกรรมและแสดงความคิดเห็น

5. แสดงประวัติการดำเนินงานและความคิดเห็นภายในทีม

การสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทีมเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์การขาย SellStory จึงมีฟีเจอร์ให้ทีมงานสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ได้อย่างอิสระภายใน ใบงาน (Job Card) ไม่ว่าจะเป็นไอเดียใหม่ ๆ หรือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า

ช่วยให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดในการวางแผนการทำงาน แถมยังจุดประกายไอเดียสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

เห็นภาพรวมของการขายจากหลายมุมมอง

6. ปรับตารางงานได้หลากหลาย

สามารถเลือกดูเฉพาะใบงาน (Job Card) ที่ต้องการได้ง่าย ๆ ผ่านตัวกรองที่กำหนดเองหรือเลือกดูกระดานงาน (Job Board) ของแต่ละทีมได้ รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองการดูกระดานงานได้ทั้งแบบ Board แบบตาราง และแบบ Calendar (แสดงตามกำหนดเวลา)

ช่วยให้เห็นภาพรวมและจัดการการขายได้อย่างไม่ตกหล่น สรุปยอดขายได้อย่างชัดเจนตามสถานะต่าง ๆ (ปิดงานสำเร็จ, กำลังดำเนินการ, ปิดงานไม่สำเร็จ)

กระดานงาน จัดการกระบวนการขาย

Job Boad & Job Card ช่วยในกระบวนการทำงานอย่างไร

การใช้งานกระดานงาน (Job Board) และใบงาน (Job Card) บนระบบจัดการงานขายจาก SellStory ช่วยให้การบริหารจัดการขั้นตอนการขายของคุณง่ายยิ่งขึ้น ดังนี้

สำหรับพนักงาน

  • รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างและเมื่อไหร่ เห็นภาพรวมงานที่ได้รับมอบหมายและกำหนดเวลาชัดเจน
  • จัดการงานได้ทันเวลา วางแผนและจัดลำดับความสำคัญของงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เห็นภาพรวมทีม รู้บทบาท สื่อสารง่าย เข้าใจงานเชื่อมโยง

สำหรับเจ้าของกิจการและผู้จัดการ

  • ติดตามความคืบหน้าของดีล เห็นสถานะดีลและระบุดีลใกล้หมดกำหนดเพื่อติดตาม
  • วิเคราะห์ยอดขายเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์
  • มีมุมมองที่หลากหลาย ดูภาพรวมผลงานรายเดือนแบบปฏิทินได้
  • จัดการระบบได้หลากหลาย เข้าถึงบอร์ดต่าง ๆ เช่น Sales Board, Operations Board
  • วิเคราะห์กระบวนการทำงานเชิงลึกได้ครอบคลุม
  • กรองดีลที่ไม่สำเร็จ เพื่อหาสาเหตุและประเมิน/ให้คำแนะนำพนักงาน
  • ดูผลงานเซลรายบุคคล ประเมินประสิทธิภาพและหา Top Sales (สำหรับค่าคอมมิชชัน)
  • วิเคราะห์ลูกค้าที่สร้างยอดขายได้มาก
ระบบจัดการงานขาย จาก sellstory เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการขาย

เห็นภาพรวม ไม่ตกหล่น ด้วย Job Boad & Job Card ระบบจัดการงานขาย จาก SellStory

กระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เริ่มต้นได้จากการมีเครื่องมือที่ใช่ SellStory ได้ออกแบบฟังก์ชัน กระดานงาน (Job Board) และ ใบงาน (Job Card) ในระบบจัดการงานขายมาเพื่อช่วยให้ทีมขายของคุณเห็นภาพรวมของทุก ขั้นตอนการขาย ตั้งแต่ต้นจนจบ ลดปัญหางานตกหล่น เพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม วางแผนการทำงานและจัดการงานของตนเองได้อย่างเป็นระบบ ในขณะที่เจ้าของกิจการและผู้จัดการจะสามารถติดตามความคืบหน้าของทีม วิเคราะห์ยอดขาย และนำข้อมูลเชิงลึกไปปรับปรุง กระบวนการขาย และกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

อย่าปล่อยให้การบริหารจัดการงานขายเป็นเรื่องยากอีกต่อไป! เริ่มต้นยกระดับทีมขายของคุณด้วยSellStory CRM & Sales Management ได้ทั้งบน Desktop ผ่าน Browser และบน Mobile ผ่าน Application ให้คุณและทีมงานเข้าถึงและจัดการงานได้ทุกที่ ทุกเวลา

ทดลองใช้ SellStory ได้ตอนนี้ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 และแอดไลน์@sellstory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำความเข้าใจพฤติกรรม

Customer Segmentation คืออะไร? แบ่งกลุ่มลูกค้าบริหารความสัมพันธ์

ในโลกของการทำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นออกมา ล้วนทำมาเพื่อตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งหมด แน่นอนว่าการทำธุรกิจด้วยการมุ่งเป้าให้ทุกคนกลายเป็นลูกค้าของเรา เป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง แม้ทุกคนจะมีความต้องการที่เหมือนกัน แต่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เลือกก็ยังคงแตกต่างกันอยู่เสมอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความซับซ้อนทางความคิดและพฤติกรรม

การทำ Customer Segmentation เพื่อทำความเข้าใจและแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อให้เรารู้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนเหมาะสมที่จะเป็นลูกค้าที่แท้จริงของเรา แล้วเราต้องทำอย่างไรในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเอาไว้ในระยะยาว

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Segmentation หรือการแบ่งแยกประเภทฐานลูกค้า เพื่อช่วยการ Approach งานขายได้อย่างเป็นระบบ และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้หากมีโปรแกรมระบบ CRM ที่ดี ช่วยให้ทีมขายช่วยจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามงานขาย การตั้งเป้าหมายการขาย รวมไปถึงการรักษาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
วิธีการตั้งเป้ายอดขายเพื่อการทำงานที่เป็นระบบ

Sales Target คืออะไร? ตั้งยอดขายให้เป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย

ยอดขาย เป็นสิ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนและทำให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ การจะสร้างยอดขายให้กับองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์การทำงานอย่างชัดเจน นั้นก็คือ Sales Target ที่อาศัยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า บริการ ลูกค้า กำลังการผลิต ความสามารถของพนักงาน ร่วมกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้ได้ Sales Target Plan ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายมากที่สุด

บทความนี้ SellStory จะมาอธิบายถึงวิธีการตั้งเป้ายอดขายที่น่าสนใจ พร้อมเปรียบเทียบ Sales Target และ Sales Forecast ที่หลายคนมักสับสน รวมถึง ระบบ CRM & Sales Managementที่จะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน ให้พนักงานมุ่งมั่นกับการสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าอย่างเต็มที่

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย เป็นสิ่งที่นักขายควรทำ เพราะช่วยให้เราเห็นเป้าหมาย และรู้วิธีการวางแผนการขายแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้หากมีระบบจัดการงานขายที่ดี จะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างราบรื่น
ความพึงพอใจของลูกค้าสำคัญอย่างไร

Customer Satisfaction คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง สิ่งสำคัญที่ต้องตามหาและรักษาเอาไว้ให้ดี คือ ลูกค้า เพราะลูกค้าคือกุญแจสำคัญในการสร้างยอดขาย และเป็นปัจจัยในการพัฒนากลยุทธ์ของธุรกิจ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า “การรักษาฐานลูกค้าเก่านั้น ยากยิ่งกว่าการหาลูกค้าใหม่” การให้ความสำคัญกับ Customer Satisfaction หรือ ความพึงพอใจของลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องพัฒนาเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

SellStory เข้าใจถึงความสำคัญในการดูแล และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อแนะนำวิธีการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิธีคำนวณอัตราความพึงพอใจ และเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกขั้นตอนสำเร็จไปได้ด้วยดี

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Satisfaction หรือความพึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมต่อยอดสู่การหาลูกค้าใหม่ผ่านการรับฟังและวิเคราะห์ Feedback อย่างจริงจัง เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา และยกระดับการบริการ เพิ่มประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ