รายงานการขาย Sales Report คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อคนทำธุรกิจ?

รายงานการขาย หรือ sales report
รายงานการขาย ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นรายงานสรุป แต่ก็สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจได้ เพราะการติดตามผลการขายอยู่เสมอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ทีมขาย การวางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายที่เหมาะสมกับช่วงเวลาได้

สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ Sales Report ในการทำธุรกิจ วันนี้ SellStory มีข้อมูลดี ๆ มาแชร์ให้ได้ทราบกัน

เลือกอ่านจากสารบัญ

ความหมายของ รายงานการขาย

รายงานการขาย คืออะไร?

รายงานการขาย หรือ Sales Report เป็นรายงานเชิงสรุปกิจกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการขายทั้งหมด โดยที่ผู้จัดทำจะเป็นทีมขาย หรือผู้จัดการฝ่ายขาย ซึ่งในรายละเอียดของรายงานการขายส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วย ข้อมูลยอดขาย ลูกค้าเก่าและใหม่ ผลการดำเนินงานโดยรวม โดยสามารถเลือกดูข้อมูลเป็นรายช่วงเวลา เช่น รายเดือน, รายไตรมาส, หรือรายปี การดำเนินการขายของเซลแต่ละคน สถานะของลูกค้า และยอดขายที่คาดว่าจะปิดการขายได้สำเร็จ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์และประเมินประสิทธิภาพของทีมขายต่อได้

ทำไม รายงานการขาย ถึงสำคัญต่อธุรกิจ?

รายงานการขาย ไม่เพียงแค่ช่วยให้ทราบยอดขายแบบเรียลไทม์หรือสรุปยอดขายได้แบบรายเดือนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจในหลายด้าน ดังนี้

ฟีเจอร์ sales report

1. สร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ด้วย Sales Report

สำหรับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจSales Report คือตัวช่วยสร้างโอกาสเติบโตและเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ การมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตัวเลขรายงานยอดขายจะช่วยให้วิเคราะห์ และวางแผนด้านการตลาดได้ครบทุกมิติมากขึ้น เช่น

  • รู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหนมากที่สุด
  • รู้ว่าลูกค้าคือใครและกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร
  • มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการขาย และหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสมได้
  • ทราบถึงปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าไม่ซื้อสินค้า
  • สาเหตุหรือแรงจูงใจสำคัญในการสั่งซื้อสินค้าแต่ละช่วงเวลา
  • รู้ตัวเลขยอดขายเดือนปัจจุบัน เพื่อเปรียบเทียบผลงานในแต่ละเดือน
  • รู้ว่าสินค้าตัวไหนคือสินค้าขายดี

ตัวอย่างรายงานสรุปยอดขาย ระบบ CRM SellStory

ระบบการขาย crm ฟีเจอร์ sales report

2. พัฒนาศักยภาพของทีมขาย ด้วย Sales Report

สำหรับผู้จัดการฝ่ายขาย การมีรายงานการขายอยู่ในมือช่วยให้รู้ว่าการทำงานของพนักงานในทีมขายเป็นอย่างไร เพราะการบันทึกข้อมูลสถานะการขายที่อยู่ในแต่ละขั้นตอน ทำให้มองเห็นภาพรวมการทำงานของทีมขาย ทราบถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของทีม โดยข้อมูลบน Sales Report สามารถบอกได้ว่าในช่วงเดือนหรือสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมขายสามารถหาลูกค้าได้กี่รายต่อวัน ปิดการขายได้กี่ราย และต้องติดตามผลอีกกี่ราย ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายขายวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับทีมหรือเฉพาะบุคคล ทำให้ทีมขายรู้สึกสนุกกับการได้แข่งขันกันภายในทีม พร้อมทั้งช่วยยกระดับและเสริมสร้างศักยภาพของทีมขายได้อย่างต่อเนื่อง

อ่านบทความที่น่าสนใจ :Teamwork คืออะไร ? และเทคนิคการสร้าง Teamwork ให้มีประสิทธิภาพ

รายงานการขาย ช่วยบริหารและจัดการงานขาย

3. บริหารและจัดการงานขาย ด้วย Sales Report

นอกจากผู้จัดการฝ่ายขายและเจ้าของธุรกิจแล้ว พนักงานขายหรือเซลก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Sales Report เพื่อปรับปรุงการบริหารและจัดการงานขายให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้ เพราะช่วยให้เห็นภาพรวมของSales Pipeline ที่มีข้อมูลครบถ้วน ทั้งจำนวนLead ที่เข้าใหม่, Lead ที่มีแนวโน้มในการซื้อสินค้า และจำนวน Lead ที่มีโอกาสปิดการขาย ข้อมูลจากรายงานการขายช่วยให้เซลลำดับความสำคัญในการทำงาน ติดตามสถานะของลูกค้าแต่ละรายได้แบบไม่ต้องกลัวตกหล่น และไม่พลาดโอกาสในการคว้าค่า Commission ได้ตามเป้า

ข้อมูลบน sales report

รายงานการขาย ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?

รายงานการขาย เป็นการสรุปภาพรวมของการขายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเป็นชุดข้อมูลที่สามารถเลือกดูได้ในหลายช่วงเวลา ดังนั้นจึงต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้

  • จำนวนลูกค้าเก่าและใหม่ที่มีการติดต่อในแต่ละวัน
  • จำนวน Lead ที่กลายเป็นลูกค้าจริง
  • ช่องทางที่ลูกค้าติดต่อ
  • จำนวนสินค้าหรือบริการที่ปิดการขายได้
  • พนักงานขายหรือเซลที่รับผิดชอบลูกค้าแต่ละราย
  • รายงานยอดขายรายเดือน
  • สรุปยอดขายที่เกิดขึ้นโดยรวมทั้งหมด

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ของรายงานการขายที่ควรมี ซึ่งในระบบบริหารจัดการงานขาย หรือระบบ CRM ยังสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดข้อมูลนอกเหนือจากนี้ และปรับแต่งเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานในทีมและดูรายละเอียดง่ายยิ่งขึ้นได้

ระบบ crm and sales management

เปลี่ยนข้อมูลจาก รายงานการขาย ให้กลายเป็นกลยุทธ์ ด้วย SellStory CRM & Sales Management

รายงานการขาย อาจเป็นเรื่องยากถ้าคุณไม่สามารถจัดการได้ในแพลตฟอร์มเดียว เพราะชุดข้อมูลอาจกระจัดกระจายไปตามการบันทึกของเซลแต่ละคน ทำให้ไม่สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องหรือมีความคลาดเคลื่อนได้ระบบ CRM จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลรายงานยอดขายที่เกิดขึ้นเพียงแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ทุกคนในทีมขายไม่พลาดข้อมูล พร้อมทั้งนำไปวิเคราะห์ และวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายได้สะดวกมากขึ้น อย่างเช่นSellStory CRM & Sales Managementที่มีฟีเจอร์เด่นมากมายที่จะเปลี่ยนทุกการขายให้เป็นเรื่องง่าย

โดย ระบบ CRM SellStory ไม่เพียงแค่ช่วยทำSales Report ที่ให้ข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกมิติการทำงานของทีมขาย แต่ยังมีฟีเจอร์อีกมากมาย เช่นระบบจัดทำใบเสนอราคาและเอกสารในงานขาย, ระบบจัดการการขาย, ระบบเก็บข้อมูลลูกค้า, ระบบจัดเก็บข้อมูลสินค้าและบริการที่เรียกดูได้ทันที และอีกหลายฟีเจอร์ที่จะช่วยให้งานขายของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด

หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่จะช่วยสรุปยอดขาย วิเคราะห์แนวโน้ม วางแผนการตลาดได้จากข้อมูลจริงและแม่นยำ ระบบSellStory CRM & Sales Management สามารถสมัครทดลองใช้ฟรี!ได้แล้ววันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 และไลน์@sellstory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

รู้จัก okr vs kpi พร้อมแนวทางการใช้

OKR vs KPI เปรียบเทียบความแตกต่าง พร้อมแนวทางการใช้ในทีม Sales อย่างมืออาชีพ

ธุรกิจทุกวันนี้ขับเคลื่อนได้ด้วยการแข่งขัน การใช้เครื่องมือวัดผลที่แม่นยำจึงเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางขององค์กรและการวางรากฐานกระบวนการขายที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องวัดผลอย่างไรให้องค์กรโต คำถามง่าย ๆ ที่คำตอบอาจไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะถึงแม้ว่า KPI จะเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกบริษัทคุ้นเคย แต่ในยุคที่โลกหมุนไปไวขนาดนี้ OKR ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง

แล้วองค์กรของคุณเหมาะกับอะไรมากกว่ากัน บทความนี้จะพามาเปรียบเทียบชัด ๆ ถึงความแตกต่างและสถานการณ์ที่เหมาะสมในการเลือกใช้ระหว่าง OKR vs KPI เพื่อวางรากฐานการทำงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า KPI และ OKR เป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมกันได้ดีเยี่ยม โดย KPI จะเน้นไปที่การรักษามาตรฐานและตัวเลขฐานรากที่ธุรกิจต้องมี ส่วน OKR จะเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมและเป้าหมายที่ท้าทาย เพื่อยกระดับองค์กรให้เหนือกว่าเดิม การนำทั้งสองระบบมาปรับใช้ร่วมกันอย่างสมดุลจะช่วยให้วัดผลได้จริงในทุกมิติ
constructive feedback คือ การให้ฟีดแบ็กเชิงสร้างสรรค์

Constructive Feedback คืออะไร? พร้อมเทคนิคให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาทีม

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการขายทางธุรกิจมีตัวเลขเป็นเดิมพัน การสื่อสารจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ตัดสินว่าทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่หลายองค์กรกลับพลาดที่การให้ Feedback จนกลายเป็นแรงกดดันจนบั่นทอนกำลังใจ และส่งผลเสียต่อยอดขายในที่สุด

จะดีกว่าไหมถ้าเรา เปลี่ยน "คำวิจารณ์" ให้เป็น "โอกาสในการเติบโต" ด้วยการทำความเข้าใจศิลปะการให้ฟีดแบ็กอย่างสร้างสรรค์ด้วย Constructive Feedback อาวุธลับของ Leader ยุคใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพทีมขาย ไปพร้อมกับผลลัพธ์ที่ก้าวกระโดด

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Constructive Feedback คือการให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาแทนการตำหนิ หากทีมได้รับ Constructive Feedback ที่ถูกหลักการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้พัฒนาตัวเองได้เร็วและปิดดีลได้คมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับระบบ CRM ที่ช่วยเก็บข้อมูลอย่างแม่นยำ จะยิ่งทำให้การให้ Feedback ทรงพลังและตรงจุดที่สุด
value proposition สื่อสารคุณค่าเพื่อสร้างจุดขายให้ธุรกิจ

Value Proposition คืออะไร? พร้อมตัวอย่างวิธีสร้างจุดขายให้กับธุรกิจของคุณ

สินค้าและบริการมีตัวเลือกมากมาย ลูกค้าเลยสามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งที่เราต้องนำเสนอจึงไม่ใช่แค่ “เราขายอะไร” อีกต่อไป แต่คือ “ทำไมลูกค้าต้องเลือกเรา”แบรนด์ที่ยังไม่เข้าใจจึงมักแข่งขันกันด้วยราคา โปรโมชัน หรือฟีเจอร์ ที่อาจยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ขนาดนั้น เพราะยังไม่มี Value Proposition ที่แข็งแรงพอในการสื่อสาร “คุณค่าที่แท้จริง” ให้ลูกค้าเข้าใจ

SellStory จะพามาทำความเข้าใจว่า Value Propositionคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างและวิธีสร้างให้สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นยอดขาย

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Direct