Sales Target คืออะไร? ตั้งยอดขายให้เป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย

Sales Target คืออะไร? ตั้งยอดขายให้เป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย

วิธีการตั้งเป้ายอดขายเพื่อการทำงานที่เป็นระบบ
ยอดขาย เป็นสิ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนและทำให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ การจะสร้างยอดขายให้กับองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์การทำงานอย่างชัดเจน นั้นก็คือ Sales Target ที่อาศัยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า บริการ ลูกค้า กำลังการผลิต ความสามารถของพนักงาน ร่วมกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้ได้ Sales Target Plan ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายมากที่สุด

บทความนี้ SellStory จะมาอธิบายถึงวิธีการตั้งเป้ายอดขายที่น่าสนใจ พร้อมเปรียบเทียบ Sales Target และ Sales Forecast ที่หลายคนมักสับสน รวมถึง ระบบ CRM & Sales Managementที่จะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน ให้พนักงานมุ่งมั่นกับการสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าอย่างเต็มที่

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย เป็นสิ่งที่นักขายควรทำ เพราะช่วยให้เราเห็นเป้าหมาย และรู้วิธีการวางแผนการขายแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้หากมีระบบจัดการงานขายที่ดี จะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างราบรื่น

เลือกอ่านจากสารบัญ

Sales Target คืออะไร

Sales Target คือ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย หรือรายได้ที่ต้องการ เพื่อสื่อสารให้กับทีมขาย/พนักงานแต่ละทีมที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีกรอบระยะเวลาที่แน่นอน และสามารถทำตามได้จริง โดยส่วนมากมักกำหนดเป็นตัวเลข เช่น จำนวนเงิน จำนวนที่ขาย หรือจำนวนลูกค้าใหม่ ตัวอย่างเป้าหมายการขาย เช่น “ทีมขายต้องปิดการขายลูกค้าให้ได้ 20 ราย และทำยอดได้มากกว่า 10 ล้านบาท ภายในไตรมาสแรกของปี ”

เป้าหมายการขายที่กำหนดเอาไว้ จะต้องมีการแจ้งให้ทุกฝ่ายทราบ เพราะการดำเนินงานมีความเกี่ยวข้องกันทั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็นทีมการตลาด ทีมขาย ทีมคอนเทนต์ ฯลฯ การรับรู้ที่ตรงกันทุกฝ่าย จะช่วยให้การทำงานดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน จนสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่คาดหวัง

ทำไมถึงต้องมีการกำหนด Sales Target?

  • สร้างความเข้าใจร่วมกัน: การมี Sales Target Plan ที่แน่นอน จะช่วยลดความสับสนในการทำงานของแต่ละทีม ทุกคนสามารถโฟกัสกับความรับผิดชอบของตนเองได้เต็มที่ โดยไม่เกิดการทำงานซ้ำซ้อน หรือมีข้อมูลที่ตกหล่นระหว่างทีม
  • สร้างแรงจูงใจในทีม: ส่วนใหญ่แล้วเป้าหมายการทำงาน มักมาพร้อมกับรางวัล ผลตอบแทน หรือสิทธิพิเศษ เมื่อทำงานสำเร็จตามเป้าที่กำหนดไว้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ทีมมีจุดหมายในการทำงานมากขึ้น
  • วัดผลการทำงาน: การวางเป้าหมายที่แน่นอน ถือเป็นการกำหนด KPI เบื้องต้นให้กับการทำงาน จากนั้นจึงนำมาวัด Performance ของพนักงานแต่ละคน เพื่อตรวจสอบว่าใครมีผลงานที่ดี และใครควรได้รับคำแนะนำเพิ่มเติม
  • เพื่อการเติบโตขององค์กร: การทำงานโดยไม่มีจุดหมาย ทำให้องค์กรไม่สามารถเติบโตได้เท่าที่ควร การมี Sales Target ช่วยทำให้องค์กรรู้ว่าแต่ละช่วงเวลา ควรโฟกัสที่อะไร และต้องทำงานเพื่อเติบโตไปในจุดไหน

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการขาย เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้ง่ายขึ้น: รวมกระบวนการขายที่นักขายควรรู้ เพิ่มประสิทธิภาพและปิดการขายแม่นยำ

7 วิธีการตั้งเป้ายอดขาย ทำอย่างไรได้บ้าง?

กำหนด sales target ให้แม่นยำ

เพื่อให้องค์กรสามารถกำหนด Sales Target ที่แม่นยำ และสามารถนำไปใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำ 7 วิธีการตั้งเป้ายอดขาย ดังนี้

1. ทำความเข้าใจข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด

หัวใจหลักของการกำหนดเป้าหมาย คือ Big Dataซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรนำมาจัดเก็บไว้เพื่อทำการวิเคราะห์ผลการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ประเภทลูกค้า ยอดขาย ช่วงเวลาที่ขายดี สินค้าที่ได้รับความนิยม ช่องทางการขาย และอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้ว่าปัจจุบันเราอยู่จุดไหนของตลาด แล้วเราควรพัฒนาไปในทิศทางไหน

2. ตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับภาพรวม

การตั้ง Sales Target ควรมองความเป็นไปได้จากข้อมูล และศักยภาพที่มีอยู่ ไม่ควรตั้งเป้าที่สูงเกินไปจนทีมไม่สามารถทำได้ เพราะเป้าหมายที่ดีควรอยู่บนความเป็นไปได้ และไม่กระทบการดำเนินงานขององค์กร

3. สร้างความชัดเจนที่สามารถเข้าใจร่วมกันได้ทุกทีม

ความชัดเจนเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน โดยสามารถนำหลักการ SMART มาช่วย ดังนี้

  • Specific: ชัดเจน เช่น ต้องการยอดขายจากสินค้าตัวใหม่
  • Measurable: สามารถวัดผลได้ เป็นจำนวนเงินหรือจำนวนชิ้น เช่น จำนวน 100 ออร์เดอร์
  • Achievable: เป็นไปได้จริง ไม่ตั้งเป้าที่สูงเกินกว่าทรัพยากรที่มี
  • Relevant: สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร
  • Time-bound: มีกำหนดเวลาชัดเจน เช่น ภายใน 1 ปี

4. แบ่งย่อยเป้าหมายให้แต่ละทีมที่รับผิดชอบ

Sales Target หลักมักถูกกำหนดมาเป็นเป้าหมายใหญ่ ๆ เช่น “ทีมขายต้องปิดการขายลูกค้าให้ได้ 20 ราย และทำยอดได้มากกว่า 10 ล้านบาท ภายในไตรมาสแรกของปี” ควรมีการกำหนดเป้าหมายย่อยให้กับทีมที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ทีมการตลาดต้องทำคอนเทนต์ที่น่าดึงดูดมากขึ้น และได้ Engagement มากกว่าค่าเฉลี่ยเดิม
  • ทีมขายต้องหา Lead ให้ได้เดือนละ 20 เจ้า
  • ทีมจัดซื้อต้องมองหา Supplier ที่ให้ราคาพิเศษ เพื่อลดต้นทุนองค์กร

5. เพิ่มแรงจูงใจให้ทีม เพื่อสร้างแรงผลักดัน

การมีรางวัลหรือสิทธิพิเศษ (Incentives) ที่ดึงดูดใจ เช่น โบนัส ค่าคอมมิชชัน ทริปพิเศษ หรือการเลื่อนตำแหน่ง เพื่อทำให้พนักงานรู้สึกอยากบรรลุเป้าหมายให้

6. ติดตามผลการทำงานสม่ำเสมอ ลดความผิดพลาด

ปัญหาที่ทำให้องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายที่ตั้งเอาไว้ คือ การตรวจสอบผลการทำงานเมื่อใกล้หมดเวลา เมื่อพบปัญหาก็สายเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน การมีระบบ CRM สำหรับ Tracking การทำงานของพนักงานในแต่ละขั้นตอน และประชุมความคืบหน้ารายสัปดาห์/รายเดือน จะช่วยให้เห็นภาพรวมของการทำงาน เพื่อป้องกันปัญหาที่มีโอกาสเกิดได้

7. พูดคุยถึงปัญหาและอุปสรรค เมื่อทำงานเสร็จสิ้น

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการทำงาน ไม่ว่าจะสามารถทำตาม Sales Target Plan ที่กำหนดไว้ได้หรือไม่ ควรมีการจัดประชุมเพื่อพูดคุยถึงข้อดี ข้อเสีย ปัญหา อุปสรรค และรายละเอียดในการทำงาน เพื่อนำไปปรับปรุงในการกำหนดเป้าหมายครั้งถัดไป

หาก Sales Target ที่กำหนดไว้ ไม่ตรงตามเป้า ควรทำอย่างไร?

1. ตรวจสอบความเป็นไปได้ของเป้าหมายอีกครั้ง

บางครั้งเป้าหมายยอดขายที่กำหนดไว้ อาจมีความละเอียดไม่มากพอ และมีความยากเกินกว่าที่จะทำได้สำเร็จ ภายใต้ทรัพยากรและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. ประชุมเพื่อหาอุปสรรคหรือข้อผิดพลาดที่เจอ

ประชุมเพื่อหารืออย่างละเอียด ถึงข้อผิดพลาดและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เช่น พนักงานลาออก แอดมินตอบแชทช้า ระบบเกิดความผิดพลาด คู่แข่งเสนอโปรโมชันที่เหนือกว่า หรือ Lead ที่ได้มาไม่ตอบโจทย์ เพื่อนำมาปรับแก้ในการทำงาน

3. ตรวจสอบปัจจัยภายนอก ที่อาจส่งผลต่อการทำงาน

วิเคราะห์ภาพรวมของเศรษฐกิจ คู่แข่ง เทรนด์การบริโภค และนโยบายของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีการนำมาใช้งาน

4. กำหนดแนวทางใหม่ร่วมกัน

เมื่อตรวจสอบทุกอย่างครบแล้ว ให้ทำการปรับกลยุทธ์ใหม่ทันที เพื่อให้ความผิดพลาดอยู่กับเราเป็นระยะเวลาที่สั้นที่สุด

ความแตกต่างกันระหว่าง Sales Target vs Sales Forecast

Sales Target

การตั้งเป้าหมายยอดขาย คือ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย หรือรายได้ที่ต้องการ เพื่อสื่อสารให้กับทีมพนักงานขาย และแบ่งหน้าที่และกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน โดยต้องสามารถทำตามได้จริง

Sales Forecast

Sales Forecast คือ การพยากรณ์หรือคาดการณ์ยอดขายของธุรกิจ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มี เพื่อนำไปบริหารจัดการทรัพยากร แผนการผลิต และการสต๊อกสินค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลในการจัดการ และลดความเสี่ยงการขาดทุนในธุรกิจ

อ่านบทความเจาะลึกเพิ่มเติม: Sale forecast คืออะไร ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อธุรกิจ?

สร้าง Sales Target Plan แบบไม่ตกหล่น ด้วย SellStory ระบบ CRM & Sales Management

เครื่องมือติดตามการทำงานเพื่อให้บรรลุ sales target

การติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดในขั้นตอนการทำงานได้ ซึ่งการมีเครื่องมือดี ๆ อย่าง ระบบ CRM & Sales Management จาก Sellstory ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจการขายโดยเฉพาะ จะช่วยให้คุณก้าวไปสู่เป้าหมายยอดขายที่กำหนดเอาไว้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่น ดังนี้

  • Sales Dashboard: แสดงผลยอดขายเทียบกันในแต่ละช่วงเวลาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมตื่นตัวมากขึ้น
  • Sales Pipeline:เห็นภาพรวมว่าลูกค้าแต่ละคนจะมียอดการสั่งซื้อเท่าไร และขั้นตอนไหนที่ทีมงานต้องดำเนินการต่อบ้าง
  • Performance Tracking: วัดผลพนักงานรายคนได้อย่างแม่นยำ ใครปิดดีลเก่ง ใครตอบแชทไว ช่วยให้การคำนวณโบนัสและคอมมิชชันเป็นธรรมที่สุด
  • Data Collection: ไม่ต้องเสียเวลากรอก Excel เอง เพราะระบบจะดึงยอดขายจากแต่ละออร์เดอร์มาคำนวณให้อัตโนมัติ

สรุป ตั้งเป้าหมาย Sales Target ที่ทำได้จริง เพื่อความสำเร็จทั้งองค์กร

การตั้ง Sales Target ถือเป็นวิธีการทำงานแบบมีแบบแผน ทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงเป้าหมายที่มีร่วมกัน ผ่านการวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีอยู่อย่างถูกต้อง โดยใช้เครื่องมือ CRM จาก SellStory ที่ช่วยบริหารจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างราบรื่น และรวดเร็วมากขึ้น

ทดลองใช้ SellStory ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 Line :@SellStory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sales Target

1. องค์กรไม่สามารถตั้งเป้าหมายที่สูงเกินความเป็นไปได้จริงหรือไม่?

ในความเป็นจริง องค์กรสามารถตั้งเป้าหมายในอุดมคติให้สูงไว้เป็นกรณีพิเศษได้ แต่ต้องมีเป้าหมายที่เป็นไปได้ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ทีมงานไม่รู้สึกว่ามันยากจนเกินไป โดยเป้าหมายในอุดมคติอาจกำหนดเป็นเป้าหมายรอง ที่มีของรางวัลพิเศษให้เมื่อทำสำเร็จ

2. หากทีมงานไม่เข้าใจถึงที่มาของ Sales Target ควรทำอย่างไร?

ควรนำตัวเลขข้อมูลทั้งหมดมาอธิบายประกอบความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย และคำสั่งซื้อ ที่ผ่านการจัดเก็บในระบบ CRM

3. Sales Target Plan ควรปรับเปลี่ยนระหว่างช่วงเวลาได้หรือไม่?

สามารถปรับได้หากมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยธรรมชาติ แต่ไม่ควรปรับบ่อยจนไม่มีความแน่นอน

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำความเข้าใจพฤติกรรม

Customer Segmentation คืออะไร? แบ่งกลุ่มลูกค้าบริหารความสัมพันธ์

ในโลกของการทำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นออกมา ล้วนทำมาเพื่อตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งหมด แน่นอนว่าการทำธุรกิจด้วยการมุ่งเป้าให้ทุกคนกลายเป็นลูกค้าของเรา เป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง แม้ทุกคนจะมีความต้องการที่เหมือนกัน แต่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เลือกก็ยังคงแตกต่างกันอยู่เสมอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความซับซ้อนทางความคิดและพฤติกรรม

การทำ Customer Segmentation เพื่อทำความเข้าใจและแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อให้เรารู้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนเหมาะสมที่จะเป็นลูกค้าที่แท้จริงของเรา แล้วเราต้องทำอย่างไรในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเอาไว้ในระยะยาว

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Segmentation หรือการแบ่งแยกประเภทฐานลูกค้า เพื่อช่วยการ Approach งานขายได้อย่างเป็นระบบ และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้หากมีโปรแกรมระบบ CRM ที่ดี ช่วยให้ทีมขายช่วยจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามงานขาย การตั้งเป้าหมายการขาย รวมไปถึงการรักษาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
วิธีการตั้งเป้ายอดขายเพื่อการทำงานที่เป็นระบบ

Sales Target คืออะไร? ตั้งยอดขายให้เป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย

ยอดขาย เป็นสิ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนและทำให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ การจะสร้างยอดขายให้กับองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์การทำงานอย่างชัดเจน นั้นก็คือ Sales Target ที่อาศัยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า บริการ ลูกค้า กำลังการผลิต ความสามารถของพนักงาน ร่วมกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้ได้ Sales Target Plan ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายมากที่สุด

บทความนี้ SellStory จะมาอธิบายถึงวิธีการตั้งเป้ายอดขายที่น่าสนใจ พร้อมเปรียบเทียบ Sales Target และ Sales Forecast ที่หลายคนมักสับสน รวมถึง ระบบ CRM & Sales Managementที่จะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน ให้พนักงานมุ่งมั่นกับการสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าอย่างเต็มที่

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การกำหนดเป้าหมายยอดขาย เป็นสิ่งที่นักขายควรทำ เพราะช่วยให้เราเห็นเป้าหมาย และรู้วิธีการวางแผนการขายแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้หากมีระบบจัดการงานขายที่ดี จะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างราบรื่น
ความพึงพอใจของลูกค้าสำคัญอย่างไร

Customer Satisfaction คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง สิ่งสำคัญที่ต้องตามหาและรักษาเอาไว้ให้ดี คือ ลูกค้า เพราะลูกค้าคือกุญแจสำคัญในการสร้างยอดขาย และเป็นปัจจัยในการพัฒนากลยุทธ์ของธุรกิจ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า “การรักษาฐานลูกค้าเก่านั้น ยากยิ่งกว่าการหาลูกค้าใหม่” การให้ความสำคัญกับ Customer Satisfaction หรือ ความพึงพอใจของลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องพัฒนาเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

SellStory เข้าใจถึงความสำคัญในการดูแล และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อแนะนำวิธีการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิธีคำนวณอัตราความพึงพอใจ และเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกขั้นตอนสำเร็จไปได้ด้วยดี

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปว่า Customer Satisfaction หรือความพึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมต่อยอดสู่การหาลูกค้าใหม่ผ่านการรับฟังและวิเคราะห์ Feedback อย่างจริงจัง เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา และยกระดับการบริการ เพิ่มประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ