ฟีเจอร์เด่น! ช่วยจัดการสินค้าและบริการบน ระบบ crm sellstory

แนะนำฟีเจอร์ช่วยจัดการข้อมูลสินค้าและบริการแบบมืออาชีพจาก ระบบ CRM SellStory

ระบบจัดการสินค้าและบริการ
การจัดการข้อมูลสินค้าและบริการ เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจของคุณเริ่มมีตัวเลือกของสินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้น การจัดการข้อมูลเหล่านี้อย่างเป็นระบบจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าหรือบริการของคุณได้ง่าย และยังสะดวกต่อการออกใบเสนอราคาอีกด้วย ระบบ CRM จาก SellStory พร้อมช่วยให้ทุกการขายเป็นเรื่องง่าย ด้วยฟีเจอร์ที่ใช้งานสะดวก รวดเร็ว และให้ข้อมูลครบถ้วน แถมยังปรับแต่งด้วย Custom Form ให้รองรับกับตัวเลือกของสินค้าได้

วันนี้ SellStory ไม่พลาดที่จะชวนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบจัดการสินค้าและบริการ พร้อมทั้งบอกจุดเด่นของฟีเจอร์นี้ และขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นกัน

เลือกอ่านจากสารบัญ

ฟีเจอร์หลักของระบบ CRM ช่วยจัดการสินค้าและบริการ จาก SellStory

ระบบ CRM จาก SellStory มาพร้อมระบบจัดการสินค้า สำหรับใส่ข้อมูลสินค้าและธุรกิจบริการ เพื่อใช้ในการส่งให้กับลูกค้าที่มีความสนใจและต้องการพิจารณารายละเอียดสินค้าหรือบริการเพิ่มเติม โดยสามารถจัดการผ่านระบบหลังบ้านของ SellStory ได้ทันที ช่วยให้ทีมขายสืบค้นข้อมูลได้ง่าย และแนะนำลูกค้าได้ตรงจุด รวมทั้งการนำไปใช้งานร่วมกับระบบรวมแชท เพื่อให้Chat Bot สามารถตอบกลับลูกค้าได้ทันทีที่มีการขอข้อมูลสินค้า

จัดการข้อมูลสินค้า ระบบ crm sellstory

จุดเด่นของระบบจัดการสินค้าและบริการใน CRM SellStory

สำหรับระบบจัดการสินค้าและบริการบนระบบ CRM SellStory มีฟีเจอร์เด่นมากมายที่ช่วยให้จัดการข้อมูลได้ง่าย และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของทีมขาย โดยสรุปจุดเด่นได้ ดังนี้

  • จัดเก็บข้อมูลสินค้าและบริการได้ครอบคลุม เป็นระเบียบ สืบค้นง่าย
  • ปรับแต่งรูปแบบการบันทึกได้ตามต้องการ
  • ช่วยเพิ่มโอกาสUpsell และ Cross Sell
  • จัดหมวดหมู่ได้ด้วย Hashtag
  • ส่งต่อข้อมูลสินค้าและบริการให้ลูกค้าได้รวดเร็ว หลายช่องทางไม่มีตกหล่น
  • ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ทีมเซลและแอดมิน

5 ฟีเจอร์เด่นของระบบ CRM SellStory ช่วยจัดการสินค้าและบริการ

ระบบหลังบ้านช่วยจัดการสินค้าและบริการ จาก CRM SellStory ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย และใช้ได้จริง ผ่าน 5 ฟีเจอร์เด่นต่อไปนี้

นำเข้าขัอมูลสินค้าและบริการ บนระบบ crm

1. Import ข้อมูลสินค้าและบริการได้รวดเร็ว

ระบบจัดการสินค้าและบริการ มีฟีเจอร์ที่สามารถ Import ข้อมูลสินค้าและบริการได้ทั้ง 2 แบบตามความสะดวกของผู้ใช้งาน ทั้งรูปแบบ “นำเข้ารายชื่อสินค้า” ที่สามารถอัปโหลดรายการสินค้าหรือข้อมูลบริการด้วยไฟล์ Excel เพื่อให้สามารถนำเข้าข้อมูลจำนวนมากได้ภายในครั้งเดียว โดยระบบจำกัดอยู่ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 รายการ

ระบบหลังบ้าน ช่วยจัดการข้อมูลสินค้าและงานบริการ

นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มข้อมูลสินค้าและบริการได้แบบทีละรายการ ด้วยการเลือกฟังก์ชัน “เพิ่ม” จากนั้นก็ทำการใส่ข้อมูลสินค้าและบริการ เลือกรายละเอียดคำอธิบายสินค้า ติดแฮชแท็ก ใส่ภาพประกอบ และราคาต่อหน่วย เท่านี้ก็เป็นอันจบขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลสินค้าบนระบบ CRM SellStory พร้อมส่งต่อให้ลูกค้าได้ทันที

สนใจสมัครใช้งาน :ตรวจสอบแพ็กเกจและราคา

บันทึกข้อมูลสินค้า แยกประเภทธุรกิจบริการ

2. บันทึกและจัดเก็บข้อมูลสินค้าได้ละเอียด และครอบคลุม

การบันทึกข้อมูลสินค้าและงานบริการ หากมีรายละเอียดที่ครบถ้วนยิ่งช่วยให้แอดมินหรือเซลสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ทันที และยังช่วยให้ลูกค้าทราบรายละเอียดสินค้าและบริการที่ครอบคลุมในทุกมิติ เพราะสามารถกำหนดประเภทได้ว่าเป็นสินค้าหรือบริการ, กำหนดรหัสสินค้าหรือบริการ, แนบรูปภาพได้หลายรูป กรอกรายละเอียดเพิ่มเติมของสินค้าหรือบริการได้ และสามารถกำหนดสถานะสินค้าได้ว่าพร้อมเปิดขาย หรือเลือกปิดกรณีที่สินค้ายังไม่พร้อมจำหน่าย ช่วยลดความผิดพลาดเมื่อต้องสื่อสารกับลูกค้า

กำหนดสคริปท์การขายเฉพาะสินค้าในระบบจัดการข้อมูลสินค้าหลังบ้าน

นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลพิเศษเพิ่มเติม หรือสคริปท์การขายเฉพาะสินค้านั้น ๆ สำหรับการขายแบบTelesales โดยสามารถกรอกรายละเอียดได้ในกล่องข้อมูล (Salescript) ซึ่งเป็นส่วนที่จะมองเห็นได้เฉพาะภายในองค์กรเท่านั้น

ฟีเจอร์ custom form ระบบ crm

3. ปรับแต่งฟอร์มข้อมูลสินค้าได้ตามต้องการ

ระบบจัดการสินค้าและบริการบน CRM SellStory มีฟีเจอร์ Custom Form ที่ช่วยให้เก็บข้อมูลสินค้าและบริการได้อย่างละเอียด โดยเพิ่มเติมจากข้อมูลพื้นฐานให้ครอบคลุมมากขึ้น สามารถกำหนดข้อมูลบน Custom Form ได้เอง ทำให้เซล แอดมินหรือฝ่ายที่ต้องให้บริการหลังการขาย สามารถนำข้อมูลไปใช้ทำงานต่อได้ง่าย

ระบบ crm sellstory ช่วยจัดการข้อมูลสินค้า

สำหรับการใช้ Custom Form สามารถตั้งค่าได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่เมนู Setting จากนั้นเลือก “ตั้งค่า Custom Form” เลือกสินค้าและบริการ แล้วทำการปรับแต่งได้ทันที โดยการปรับแต่งยังเลือก Form Type ได้ด้วยว่าอยากให้แสดงในรูปแบบไหน

ฟีเจอร์ตั้งสถานะ custom form

จากนั้นให้เลือกสถานะการแสดงข้อมูล และเลือกว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องระบุในรายการสินค้าหรือไม่ เท่านี้ Custom Form ที่ถูกปรับแต่งไปก็จะถูกนำไปแสดงบนข้อมูลสินค้าทันที

ติดแฮชแท็ก จัดระเบียบข้อมูลสินค้า บนระบบ crm

4. จัดประเภทและหมวดหมู่สินค้าได้ด้วย Hashtag

หนึ่งในปัญหาความล่าช้าเมื่อต้องนำเสนอข้อมูลสินค้า คือเซลหรือแอดมินค้นหาข้อมูลสินค้าไม่เจอ หรือใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูล ฟีเจอร์จัดประเภทและหมวดหมู่บนระบบ CRM SellStory ช่วยให้คุณสามารถค้นหาสินค้าและบริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการติด Hashtag ให้กับสินค้าหรือบริการ เพื่อแบ่งกลุ่ม หมวดหมู่ หรือประเภทได้อย่างอิสระ ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสปิดการขาย และส่งเสริมการขายทั้ง Upsell และ Cross Sell ได้ง่ายขึ้น

อ่านบทความที่น่าสนใจ :Upselling และ Cross Selling คืออะไร? ต่างกันอย่างไร? ปรับใช้งานยังไงให้ได้ผลสูงสุด

แชร์ข้อมูลสินค้าผ่านระบบรวมแชท

5. ส่งออกข้อมูลสินค้าหลายช่องทาง และนำไปใช้งานต่อได้ง่าย

เพื่อไม่ให้พลาดในการส่งข้อมูลสินค้า ระบบจัดการสินค้าและบริการของ SellStory ยังมีฟีเจอร์ในการแชร์ข้อมูลต่อได้ทันที ด้วยการส่งต่อข้อมูลสินค้าได้ทั้งแบบแชร์ลิงก์โดยตรง หรือแชร์ผ่านระบบChat Center ของ SellStory ลดเวลาค้นหาสินค้าหรือแนะนำข้อมูล และช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการส่งเสริมการขายได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถส่งข้อมูลสินค้าให้กับทีมขายหรือแอดมิน ผ่านการจัดการงานขายบน Job Card ช่วยให้การทำงานต่อเนื่องไม่มีสะดุด

ระบบ crm and sales management

เปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย พร้อมปิดดีลการขายด้วย ระบบ CRM จาก SellStory

ฟีเจอร์ช่วยจัดระเบียบข้อมูลสินค้าบนระบบ CRM & Sales Management จาก SellStory เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ตอบโจทย์งานขายในยุคนี้เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่ช่วยเปลี่ยนงานยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย ช่วยให้คุณสามารถปิดดีลได้รวดเร็ว และเพิ่มโอกาสส่งเสริมการขายได้แนบเนียนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการข้อมูลลูกค้า ระบบช่วยจัดการงานขาย ระบบสรุปยอดขายสินค้าออกเอกสารการขาย และศูนย์รวมแชท ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ เพื่อให้ทีมขายทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

ระบบ CRM SellStory ให้คุณได้ทดลองใช้ฟรี! ได้แล้ววันนี้ รองรับการใช้งานทั้งระบบ Desktop Web Browser และ Mobile Application สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 หรือแอดไลน์@sellstory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

ความหมายของ customer life cycle

Customer Life Cycle คืออะไร? เข้าใจทุกขั้นตอนพร้อมกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำความเข้าใจลูกค้าตั้งแต่เริ่มรู้จักแบรนด์ สอบถามข้อมูลสินค้า ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ Customer Life Cycleซึ่งมีความสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจ หากฝ่ายขายหรือเจ้าของธุรกิจมีความเข้าใจ ก็จะช่วยสร้างโอกาสรักษาความสัมพันธ์และยอดขายได้ในระยะยาว

ในบทความนี้ SellStoryจะพาไปทำความเข้าใจว่า Customer Life Cycle คืออะไร พร้อมตัวอย่าง Customer Life Cycleและการบริหารจัดการกับวงจรของลูกค้าเพื่อสร้างโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashboard ได้สรุปดังนี้ Customer Life Cycle คือวงจรชีวิตลูกค้าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ การทำความรู้จักแบรนด์ การพิจารณาและตัดสินใจ ไปจนถึงการรักษาความสัมพันธ์และสร้างความภักดี ซึ่งทั้งหมดนี้ หากฝ่ายขายบริหารจัดการได้ดี จะช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำและบอกต่อ เพื่อสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน
customer pain point

Customer Pain Point คืออะไร? เข้าใจปัญหา ช่วยแก้ไขลูกค้าให้ตรงจุด

เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจเจอปัญหาเดียวกันโดยไม่รู้ตัว แม้จะมีสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ หรือการลงโฆษณาและทำคอนเทนต์ แต่ยอดขายกลับไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าทักมาเพื่อสอบถามแต่ไม่ตัดสินใจซื้อ หรือซื้อเพียงครั้งเดียวแล้วหายไป ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินค้า หรือบริการเสมอไป แต่เกิดจากที่ธุรกิจยังไม่เข้าใจ Customer Pain Pointของลูกค้า

หลายองค์กรเน้นสื่อสารด้วยฟีเจอร์ หรือข้อดีของสินค้า แต่ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ปัญหาของลูกค้าคืออะไร” และปัญหานั้นกระทบต่อชีวิตหรือธุรกิจของเขาอย่างไร เมื่อการสื่อสารไม่เชื่อมโยงกับปัญหาของลูกค้า การตลาดจึงกลายเป็นเพียงการนำเสนอข้อมูล ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาได้จริง

ในบทความนี้ SellStory จะพาคุณเข้าใจว่า Customer Pain Point คืออะไร มีกี่ประเภท และจะนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจอย่างไรให้เกิดยอดขายและความสัมพันธ์ในระยะยาว

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การเข้าใจ Customer Pain Point คือจุดเริ่มต้นของการขายที่ตรงจุด เพราะเป็นการเข้าใจปัญหาลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อมีระบบที่ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า ติดตามดีล และวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารได้แม่นยำและเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเจรจาต่อรองอย่างมืออาชีพ

การเจรจาต่อรองอย่างมืออาชีพ นักขายควรรู้ตั้งแต่เริ่มคุยจนปิดการขายสำเร็จ

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของงานขายที่ไม่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ “การเจรจาต่อรอง”เพราะเป็นขั้นตอนที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและปิดการขายได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่การเจรจาต่อรองให้ได้ผลนั้นก็จำเป็นต้องมีทักษะในการสื่อสาร และการเตรียมตัวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ในบทความนี้ SellStory จะชวนนักขายไปทำความเข้าใจกันว่าการเจรจาต่อรอคืออะไร มีปัจจัยที่จำเป็นอะไรบ้าง รวมถึงตัวอย่างสถานการณ์ที่เหมาะต่อการเจรจาต่อรองเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการปิดดีลได้สำเร็จ

Key takeaway: SellStory ระบบ CRM & Sales Management เครื่องมือสำหรับงานขายที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมการขาย ใบเสนอราคา Sales Dashborad ได้สรุปดังนี้ การเจรจาต่อรอง เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักขาย เพราะยิ่งมีทักษะในการสื่อสารต่อรองมากก็มีโอกาสสูงมากที่จะปิดการขายด้วยความพึงพอใจต่อทั้งเซลส์และลูกได้สำเร็จ โดยการเจรจาต่อรองที่ดีสามารถทำได้ด้วยการเตรียมความพร้อมและการฝึกด้วยวิธีนำไปใช้ในสถานการณ์จริง