Live Chat vs Chatbot ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ลูกค้า

Live Chat vs Chatbot ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ลูกค้า

live chat vs chatbot เลือกยังไงให้เหมาะสม
ปัจจุบันการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่สินค้าและบริการที่ดีเท่านั้น แต่การบริการที่ดีก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น การตอบลูกค้าได้รวดเร็ว การจัดส่งสินค้าและบริการให้ตรงเวลา และการอัปเดตข้อมูลสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้ช่วยในการดูแลลูกค้า และสร้างความประทับใจ ความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหลายช่องทาง หากขาดตัวช่วยที่เหมาะสมอย่าง “โปรแกรมตอบข้อความกลับอัตโนมัติ หรือระบบรวมแชท” ก็อาจทำให้การบริการล่าช้าและส่งผลต่อโอกาสในการขายได้

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า โปรแกรมแบบไหนจะตอบโจทย์ธุรกิจของเรา บทความนี้ SellStory จะพาคุณทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “Live Chat vs Chatbot” พร้อมอธิบายข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการเลือกใช้งาน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าเครื่องมือแบบใดเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

เลือกอ่านจากสารบัญ

ทำความรู้จักกับ Live Chat VS Chatbot คืออะไร ?

chatbot มีอะไรบ้าง

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า Live Chat และ Chatbot เป็นเครื่องมือชิ้นเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วทั้งสองเครื่องมือนี้ มีความแตกต่างกัน และใช้กับธุรกิจที่แตกต่างกันอีกด้วย เราจะมาอธิบายว่า Live Chat VS Chatbot คืออะไร และแบบไหนที่นิยมใช้กันเพื่อให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Live Chat คืออะไร

Live Chat คือระบบแชทที่ใช้ “มนุษย์” โดยส่วนใหญ่จะเป็นทีมบริการการขาย หรือ Customer Service ที่จะมีการสื่อสารกับลูกค้าเป็นหลัก ลักษณะการโต้ตอบกันแบบเรียลไทม์ โดยภาพรวมของบทสนทนาจะมีความลื่นไหล มีมิติ สามารถตอบคำถามที่มีความซับซ้อนได้ดีกว่าระบบอัตโนมัติ

จุดเด่นของ Live Chat

  • เข้าใจลูกค้าได้ดีกว่า: เพราะโปรแกรม Live Chat Online เป็นการใช้คนจริง ๆ ในการตอบคำถาม รูปแบบการตอบจึงมีความเป็นธรรมชาติ ทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้ใจ ในกรณีที่มีการสอบถามเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการที่มีราคาสูง
  • ตอบคำถามที่ซับซ้อน: เทมเพลตคำตอบสำหรับ AI Chatbot อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด การมีคนจริง ๆ จะสามารถตอบคำถามเชิงเทคนิค หรือสิ่งที่ต้องใช้การตัดสินใจจากคนได้ดีกว่า ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการ
  • โอกาสปิดการขาย: แอดมิน หรือพนักงานขาย สามารถโน้มน้าวในการปิดการขายได้ดี โดยสังเกตจากสถานการณ์ รวมถึงการเสนอโปรโมชันพิเศษ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสนใจจนตัดสินใจซื้อในที่สุด

หมายเหตุ: หากธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจออนไลน์ สามารถผสานการใช้งานระหว่างระบบ Live Chat และ Chatbot แบบตอบกลับอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การดูแลลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

อ่านบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ Chat Commerce คืออะไร? รู้จักการขายผ่านแชทที่ช่วยเพิ่มยอดขายในยุคออนไลน์

Chatbot คืออะไร

Chatbot คือระบบตอบกลับอัตโนมัติที่สร้างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า “AI ChatBot” เป็นระบบตอบกลับอัตโนมัติเมื่อลูกค้าทักเข้ามา สามารถตั้งค่าเพื่อให้ตอบกลับได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีการตั้งค่าคำตอบและข้อมูลสำคัญที่จำเป็นเอาไว้ เพื่อให้ระบบสามารถตอบกลับได้อย่างแม่นยำมากที่สุด แล้ว Chatbot มีอะไรบ้าง?

  • ฟังก์ชันเมนูบาร์ หรือแชทบอกข้อมูลตามปุ่ม สามารถกด เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้
  • แชทที่ตอบตามคีย์เวิร์ดที่ตั้งค่าเอาไว้
  • แชท AI ตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง สามารถถามกลับได้
  • Chatbot เสียงเพื่อความรวดเร็ว
  • Chatbot AI Generate ปรับการสนทนาตามผู้ใช้งาน

จุดเด่นของ Chatbot

  • บริการตลอด 24 ชั่วโมง: AI Chatbot เป็นระบบอัตโนมัติที่ไม่จำเป็นต้องหยุดพัก สามารถตอบข้อความของลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกไปซื้อสินค้าจากคู่แข่ง
  • รองรับลูกค้าจำนวนมาก: ช่วงเทศกาล แคมเปญ หรือวันสำคัญ ความต้องการซื้อมักพุ่งสูงมากในทันที ทำให้มีลูกค้าทักเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งระบบ Chatbot สามารถจัดการคำถามทั้งหมดได้ในระบบเดียว
  • การคัดกรองลูกค้า: ระบบ Chatbot สามารถใช้คำถามเบื้องต้นในการคัดกรองลูกค้า เช่น เบอร์โทรศัพท์ สินค้าที่สนใจ ช่องทางการสั่งซื้อ เพื่อนำข้อมูลไปส่งต่อให้ทีมขายติดต่อกลับ แล้วทำการเสนอขายภายหลัง

แนะนำบทความน่าสนใจ เกี่ยวกับ 12 เหตุผลในการใช้ระบบรวมแชท สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งออนไลน์

ความแตกต่างระหว่าง Live Chat vs Chatbot

เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Live Chat และ Chatbot แตกต่างกันอย่างไร ลักษณะตารางเปรียบเทียบมาให้ดูกัน

หัวข้อLive ChatChatbot
ความรวดเร็วขึ้นอยู่กับจำนวนของทีมงานตอบสนองทันที ทุกเวลา
ความยืดหยุ่นยืดหยุ่นสูง คำตอบต่างกันตามทีมงานยืดหยุ่นน้อย ตอบคำถามตามการตั้งค่า
ความแม่นยำเสี่ยงต่อการเกิด Human Errorขึ้นอยู่กับความละเอียดของข้อมูลที่ตั้งค่า
ปริมาณขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานไม่จำกัด
ค่าใช้จ่ายค่าจ้างพนักงานรายเดือน/คอมมิชชั่นตามยอดขายลงทุนในระบบรายเดือน/ปี
ความน่าเชื่อถือสูง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีข้อมูล Insight ที่เรียลไทม์สูง ตอบคำถามแบบเป็นทางการ

เลือกโปรแกรม Live Chat หรือ Chatbot แบบไหนให้ธุรกิจของคุณ?

1. วิเคราะห์จากประเภทสินค้าและบริการ

  • Live Chat เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่ต้องให้คำปรึกษาเป็นหลัก เช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และบริษัทประกัน
  • Chatbot เหมาะกับสินค้าหรือบริการทั่วไปที่มีคำถามซ้ำ ๆ เช่น เสื้อผ้า สปา ทำเล็บ เป็นต้น

2. ปริมาณลูกค้าที่ต้องรองรับ

  • Live Chat เหมาะกับปริมาณลูกค้าที่ไม่เยอะมาก ทีมงานสามารถตอบคำถามได้อย่างครบถ้วน
  • Chatbot เหมาะกับปริมาณลูกค้าจำนวนมาก ทีมงานแอดมินไม่สามารถตอบได้ทัน

3. งบประมาณและจำนวนพนักงาน

  • Live Chat เหมาะกับธุรกิจที่มีเงินทุน สามารถจ้างพนักงานจำนวนมากในการตอบแชทลูกค้าได้ทั้งหมด
  • Chatbot เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณจำกัด เน้นการลงทุนกับระบบมากกว่าการลงทุนกับพนักงานจำนวนมาก

4. ความซับซ้อนของข้อมูลสินค้าและบริการ

  • Live Chat เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่มีความซับซ้อนและเฉพาะทาง มีการอัปเดตข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละบุคคล
  • Chatbot เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่ไม่ซับซ้อน สามารถใช้ชุดคำตอบเดียวกันได้กับลูกค้าทุกคน

Live Chat + Chatbot ใช้ร่วมกัน ประสบการณ์ลูกค้าที่ดีที่สุด จาก SellStory

Live Chat vs Chatbot เลือกยังไงดี? เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีที่สุด ธุรกิจควรประยุกต์ใช้ทั้ง Live Chat และ Chatbot เพื่อให้ครอบคลุมทุกรูปแบบการสื่อสาร โดยใช้ AI Chatbot เป็นด่านหน้าของการตอบคำถามเบื้องต้น และ Live Chat ที่มีทีมงานจริง ๆ ในการสื่อสารต่อ ด้วยข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น

โปรแกรม live chat และ chatbot

ขอแนะนำ Live Chat และ Chatbot Platform จาก SellStory ระบบ CRM & Sales Managementที่รวมทุกฟังก์ชันการใช้งานที่จำเป็นสำหรับทีมขายเอาไว้ในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็น

  • Chatbot ช่วยคัดกรอง Leads: ช่วยให้การคัดกรอง Lead ด้วยคำถามเบื้องต้น เพื่อให้ทีมขายสามารถเสนอขายได้ตามความสนใจของลูกค้า
  • ระบบ Live Chat: ทีมแอดมินรับช่วงต่อในการสื่อสารกับลูกค้าทันที
  • ระบบรวมแชท: SellStory เป็นระบบ CRM ที่สามารถรวบแชทจากทุกแพลตฟอร์มที่ต้องการ รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลสำคัญอย่างเป็นระบบ
  • Sales Dashboard: ตรวจสอบยอดขายของทีมได้อย่างเรียลไทม์
  • ระบบจัดการเอกสาร: ระบบการออกใบเสนอราคา, ใบวางบิล/ใบแจ้งหนี้, ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน พร้อมนำส่งให้กับลูกค้าได้ทันที สามารถเลือกเทมเพลตและรูปแบบได้ตามความเหมาะสม
  • การบันทึกข้อมูลลูกค้า: สามารถเพิ่มรายชื่อและข้อมูลของลูกค้า พร้อมระบุชื่อทีมขายที่รับผิดชอบดูแล เพื่อทำการติดตามเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจ

สรุป

สรุปได้ว่าการต้องเลือกระหว่าง Live Chat vs Chatbot แบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบขึ้นอยู่กับว่า ธุรกิจของเราเป็นลักษณะแบบไหน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าในการทำงานที่ดีที่สุดของทีมขาย

SellStory ระบบ CRM & Sales Management รวบรวมฟังก์ชันการใช้งานที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับงานขายไว้ในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลลูกค้า, Sales Pipeline, Sales Dashboard, การออกใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี, การจัดการสินค้า และการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย แม้คุณจะเป็นมือใหม่ในงานขายก็ตาม

สมัครใช้งานฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 และ Line :@SellStory

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การใช้งาน Live Chat และ Chatbot

1. ปกติแล้วลูกค้าชอบคุยกับ AI หรือคนมากกว่ากัน?

โดยทั่วไปแล้วลูกค้าจะสบายใจกับการคุยกับ AI เมื่อเป็นการถามคำถามที่ไม่ลงลึก หรือมีรายละเอียดที่ไม่ซับซ้อน แต่หากเป็นคำถามเกี่ยวกับราคาสินค้า โปรโมชัน วิธีการใช้งาน หรือรายละเอียดที่จำเป็นต้องให้คำปรึกษา ลูกค้าจะชอบการคุยกับพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า ธุรกิจจึงควรใช้ Hybrid Chat เพื่อความลงตัว

2. Chatbot ช่วยลดงานทีมงานหลังบ้านได้มากแค่ไหน?

ช่วยคัดกรองและตอบคำถามเบื้องต้น ทำให้ทีมหลังบ้านรู้ความต้องการของลูกค้ามาในระดับหนึ่ง จนสามารถจัดเตรียมข้อมูลหรือเสนอขายสินค้า ที่ตรงกับความต้องการได้อย่างรวดเร็ว

3. ระบบของ SellStory สามารถเก็บข้อมูลและรวมแชทจากทุกแพลตฟอร์มได้เลยหรือไม่?

ได้ SellStory เป็นระบบ CRM & Sales Management ที่มีการรวมทุกฟังก์ชันจำเป็นสำหรับทีมขาย สามารถรวมแชทจากหลาย ๆ แพลตฟอร์มเอาไว้ในระบบ เพื่อความสะดวกในการทำงาน

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การใช้ chatbot เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

ความเข้าใจผิดของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ เพียงแค่มีสินค้าและบริการคุณภาพดี ก็เพียงพอสำหรับการดึงดูดลูกค้าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจกลับขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่สามารถมอบบริการที่เร็วที่สุดมักจะถูกรับเลือกเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบเร็ว การส่งเร็ว และการให้บริการเร็ว ดังนั้นการมีตัวช่วยอย่าง Chatbot มาทุ่นแรงและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม

วันนี้ SellStory จะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ Chatbot และ AI Chatbot สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยทำงาน รวมถึงจุดเด่นในการนำไปประยุกต์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน
กระบวนการขายเพื่อพัฒนาทักษะของนักขาย

รวมกระบวนการขายที่นักขายควรรู้ เพิ่มประสิทธิภาพและปิดการขายแม่นยำ

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมนักขายอันดับต้น ๆ ในบริษัทถึงสามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่พลาด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะดวง พรสวรรค์ หรือประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการขายงานที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ การวางแผนกระบวนการขาย (Selling Process) อย่างชัดเจนและเป็นระบบ

บทความนี้ SellStory จะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการขาย 7 ขั้นตอน ที่นักขายมืออาชีพนิยมใช้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขายออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อยกระดับการทำงานของทีมขายให้สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ระบบจัดการแชทและลูกค้าอย่างมืออาชีพ

จัดการแชทลูกค้าอย่างมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยเทคนิคตอบไว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ “การรอคอย” กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการทำธุรกิจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในทุกบริการ ส่งผลให้ “ความรวดเร็ว” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมขายต้องทำให้สำเร็จ เพื่อปิดการขายให้ได้เมื่อลูกค้าทักแชทมา เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากซื้อมากที่สุด และมีโอกาสสูงสุดในการโน้มน้าวการตัดสินใจ

บทความนี้ SellStory จะมาแนะนำระบบจัดการแชท เพื่อให้ตอบโจทย์ความรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการตอบไว การจัดลำดับความสำคัญ และการแบ่งหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบแชทของทีมงาน จนสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า