10 เหตุผลสำคัญที่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้ ระบบ crm

10 เหตุผลที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควรมี ‘ระบบ CRM’ ทันที!

ระบบ crm สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงทั้งเรื่องการขาย การปล่อยเช่าและการรักษาลูกค้าเก่า ระบบ CRM หรือ Customer Relationship Management จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควรมี เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญในการเติบโตและสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่ง

สำหรับเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่มั่นใจว่าควรลงทุนกับระบบ CRM ดีหรือไม่ ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้

เลือกอ่านจากสารบัญ

ปัญหาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ใช้ ระบบ crm

ปัญหาที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเจอ เมื่อไม่มีระบบ CRM

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ตัวช่วยอย่าง ระบบ CRM มักเจอกับปัญหาสุดคลาสสิกอย่างการบริหารข้อมูลลูกค้าที่กระจัดกระจาย การบริหารงานขายและติดตามงานของเซลที่ไม่ต่อเนื่อง หรือแม้แต่การสื่อสารที่ผิดพลาด สุดท้ายอาจทำให้พลาดดีลสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว โดยปัญหาที่พบบ่อยในธุรกิจขายหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์อาจสรุปได้ ดังนี้

1. ข้อมูลลูกค้ากระจัดกระจาย

การสอบถามข้อมูลของลูกค้าอาจเกิดได้จากทั้งทางเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือการแนะนำจากลูกค้าเก่า หากไม่มีระบบที่ช่วยจัดเก็บและติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบ ก็เป็นเรื่องยากที่จะจัดลำดับความสำคัญและติดตามสถานะของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างราบรื่น

2. รักษาความสัมพันธ์ไม่ได้ พลาดโอกาสปิดการขาย

บางครั้งการจัดการข้อมูลลูกค้าที่ไม่เป็นระเบียบ ทำให้เซลหรือทีมขายพลาดโอกาสรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาวซึ่งพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของลูกค้าบางราย อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะปิดการขายได้ เมื่อไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวได้ ก็มีโอกาสที่ลูกค้าจะหลุดมือไปเช่นกัน

3. ออกเอกสารการขายผิดพลาด ทำให้ลูกค้าเสียความเชื่อมั่น

ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจมักต้องการเอกสารทางธุรกิจเพื่อเป็นหลักฐานในการเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ การจัดการข้อมูลที่ขาดระบบระเบียบอาจส่งผลให้เกิดความผิดพลาด เช่น ส่งเอกสารล่าช้า, กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน, ราคาบนเอกสารไม่ถูกต้อง นอกจากนี้เซลบางคนอาจไม่มีความเชี่ยวชาญในการออกเอกสารทำให้เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง ส่งผลให้ลูกค้าเสียความเชื่อมั่น และมีโอกาสที่จะปิดดีลไม่สำเร็จ

อ่านบทความที่น่าสนใจ :5 เอกสารสำคัญในงานขายที่เจ้าของธุรกิจและพนักงานไม่ควรพลาด

ประโยชน์ ระบบ crm กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

10 ข้อดีเมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใช้ ระบบ CRM

ระบบ CRM หรือ Customer Relationship Management ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำงานเกี่ยวกับงานขายเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้า งานบริการ หรือธุรกิจขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถใช้งานระบบ CRM ให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างโอกาสปิดดีลได้ โดยข้อดีของระบบ CRM สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สามารถสรุปได้ ดังนี้

1.​ จัดการ Lead อย่างเป็นระบบ ไม่ตกหล่นทุกโอกาส

ระบบ CRM จะช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บข้อมูลลูกค้าใหม่จากทุกช่องทางไว้ในที่เดียว พร้อมการจัดเก็บข้อมูลที่แสดงสถานะของแต่ละLead ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนการสนใจ นัดชมสถานที่ หรือกำลังตัดสินใจ การตั้งค่าระบบคอยแจ้งเตือนให้ติดตามลูกค้าในขั้นตอนการขาย ช่วยให้ไม่ให้พลาดโอกาสในการสื่อสารกับลูกค้า และปิดการขายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2. ติดตามลูกค้าและการนัดหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือการนัดหมายวันและเวลากับลูกค้าเพื่อเข้ามาดูสถานที่หรือเซ็นสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งการใช้ฟีเจอร์จัดการงานขายบนระบบ CRM จะช่วยให้ติดตามสถานะการทำงานของเซลแต่ละคนกับลูกค้าได้ทันที ช่วยให้สามารถวางแผนนัดหมายและติดตามลูกค้าได้สะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการทำงาน และไม่พลาดโอกาสปิดดีลสำคัญ

ระบบ crm sellstory ช่วยออกเอกสารการขาย

3. ลดงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน เพิ่มเวลาโฟกัสการสร้างยอดขาย

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของระบบ CRM จาก SellStory คือระบบออกเอกสารการขาย ที่สามารถทำเอกสารสำหรับงานขายได้จากทุกที่ทุกเวลา ด้วยเทมเพลตที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ช่วยให้ทีมขายสามารถทำใบเสนอราคา, ใบวางบิล และใบเสร็จรับเงินได้ทันที ทั้งยังจัดเก็บไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ค้นหาได้ง่าย ลดงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน ช่วยให้โฟกัสงานขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สนใจสมัครใช้งานระบบ crm sellstory :เลือกดูแพ็กเกจและราคาได้ที่นี่

4. เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว

ระบบ CRM ที่ดี ต้องมีระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้าที่เป็นระเบียบ ช่วยให้ทีมขายสามารถเข้าถึงประวัติการสื่อสารเพื่อดูความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว ทำให้สามารถสื่อสารในเรื่องที่ลูกค้าสนใจ และนำเสนอขายได้ตรงใจมากขึ้น รวมถึงโอกาสส่งเสริมการขายได้ทั้งUp Selling และ Cross Selling

5. วางแผนงานขายได้แม่นยำ

ระบบ Customer Relationship Management ไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องการจัดการข้อมูลลูกค้าเท่านั้น เพราะยังมีฟีเจอร์ช่วยจัดการงานขาย วางแผนงานให้กับเซลและทีมขาย ช่วยให้สามารถจัดตารางงานของทีมขายได้ง่ายขึ้น เห็นภาพรวมของลูกค้าแต่ละราย และสามารถวางแผนล่วงหน้าอย่างมีระบบ ทั้งในเรื่องของการโทรติดตาม นัดชมโครงการ หรือเตรียมเอกสารต่าง ๆ เรียกว่าครอบคลุมในทุกขั้นตอน ช่วยยกระดับการทำงานให้กับทีมขาย

6. สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

การติดตามข้อมูลลูกค้าอย่างต่อเนื่องช่วยให้รู้ความต้องการ และความสนใจ การนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการ แสดงถึงความใส่ใจและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งนำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ เพิ่มโอกาสส่งเสริมการขาย และการบอกต่อได้

ฟีเจอร์จัดการข้อมูลสินค้า ระบบ crm sellstory

7. จัดการข้อมูลสินค้าและบริการได้ง่าย ลดความซ้ำซ้อน

ตัวช่วยจัดการข้อมูลสินค้าและบริการบนระบบ CRM จาก SellStory มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้จัดการข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะสามารถนำเข้าข้อมูลได้ทั้ง Import จากไฟล์ และเพิ่มข้อมูลทีละรายการ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Custom Form ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ ทำให้จัดเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดและแสดงข้อมูลเชิงลึกได้ ช่วยให้เซลหรือแอดมินแนะนำข้อมูลของธุรกิจได้ตรงจุดและเป็นมืออาชีพ

8. ตอบกลับได้รวดเร็ว ไม่พลาดทุกการสื่อสาร

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีหลายช่องทางการติดต่อ ลูกค้าใหม่อาจเข้ามาพร้อมกันในหลายช่วงเวลา ระบบ CRM จาก SellStory มีฟีเจอร์ Chat Center หรือระบบรวมแชท ที่รวบรวมข้อความจากลูกค้าในหลายช่องทางมาไว้บนแพลตฟอร​์มเดียว ทำให้แอดมินหรือเซลสามารถโต้ตอบได้ทันที ไม่ต้องสลับหน้าแชทไปมา ช่วยให้ไม่พลาดในทุกการสื่อสารกับลูกค้า

อ่านบทความที่น่าสนใจ :7 ตัวอย่างการตอบแชทลูกค้าระดับมือโปร ปิดดีลได้ทุกสถานการณ์!

9. วิเคราะห์และวางแผนปรับปรุงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีช่วง High Season และ Low Season การมีระบบหลังบ้านอย่าง CRM ช่วยให้สามารถดูข้อมูลสรุปรายงานการขายในแต่ละช่วงเวลาได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นยังนำมาวิเคราะห์และวางแผนทำการตลาด นำเสนอโปรโมชัน และช่วยให้รู้ว่าช่วงเวลาไหนที่สามารถปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ของคุณได้บ้าง

10. พัฒนาทีมขายได้อย่างมีทิศทาง

การใช้งานระบบ CRM สามารถดูสถิติการทำงานของแต่ละคนในทีมขายได้อย่างละเอียด เช่น จำนวน Lead ที่ดูแลอยู่ อัตราการปิดการขาย และความถี่ในการติดตามลูกค้า นำไปสู่การวางแผนอบรม หรือสนับสนุนทีมได้อย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดดีลสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาการทำงานของทีมขายให้มีทิศทางชัดเจนมากขึ้น

อ่านบทความที่น่าสนใจ :10 เทคนิคสร้างทีมขายที่ดีที่สุด กระตุ้นยอดขายให้ก้าวกระโดด!

เพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย ด้วย ระบบ crm sellstory

เริ่มต้นยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณ ได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยระบบ CRM จาก SellStory

ระบบ CRM คือ เครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้เร็วและแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น แต่ระบบ CRM ยังช่วยยกระดับทีมขายให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และบริหารจัดการงานขายได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ควรเลือกใช้ระบบ​ CRM ที่มีฟีเจอร์ช่วยในการทำงานขายที่ครอบคลุมทุกมิติของงานขายจะดีที่สุด

สำหรับท่านที่กำลังมองหาตัวช่วยพัฒนาธุรกิจและทีมขาย ขอแนะนำระบบCRM & Sales Management จาก SellStory ระบบหลังบ้านที่พร้อมช่วยดูแลงานขายให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า, การบริหารงานขาย, การจัดการข้อมูลสินค้า และระบบออกเอกสารการขายที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้งานง่ายได้หลายอุปกรณ์ ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสปิดดีลสำคัญ

สมัครใช้งานฟรี! ได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 095-371-7988 หรือแอดไลน์@sellstory

บทความที่น่าสนใจจาก SellStory CRM

อ่านบทความ อัปเดตเทรนด์และเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับงานขาย

การใช้ chatbot เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

Chatbot คืออะไร? เปิดประโยชน์และตัวอย่างใช้จริงที่ธุรกิจต้องรู้

ความเข้าใจผิดของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ เพียงแค่มีสินค้าและบริการคุณภาพดี ก็เพียงพอสำหรับการดึงดูดลูกค้าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจกลับขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่สามารถมอบบริการที่เร็วที่สุดมักจะถูกรับเลือกเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบเร็ว การส่งเร็ว และการให้บริการเร็ว ดังนั้นการมีตัวช่วยอย่าง Chatbot มาทุ่นแรงและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม

วันนี้ SellStory จะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ Chatbot และ AI Chatbot สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือช่วยทำงาน รวมถึงจุดเด่นในการนำไปประยุกต์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการทำงาน
กระบวนการขายเพื่อพัฒนาทักษะของนักขาย

รวมกระบวนการขายที่นักขายควรรู้ เพิ่มประสิทธิภาพและปิดการขายแม่นยำ

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมนักขายอันดับต้น ๆ ในบริษัทถึงสามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่พลาด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะดวง พรสวรรค์ หรือประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการขายงานที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ การวางแผนกระบวนการขาย (Selling Process) อย่างชัดเจนและเป็นระบบ

บทความนี้ SellStory จะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการขาย 7 ขั้นตอน ที่นักขายมืออาชีพนิยมใช้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขายออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อยกระดับการทำงานของทีมขายให้สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ระบบจัดการแชทและลูกค้าอย่างมืออาชีพ

จัดการแชทลูกค้าอย่างมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยเทคนิคตอบไว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ “การรอคอย” กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการทำธุรกิจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในทุกบริการ ส่งผลให้ “ความรวดเร็ว” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทีมขายต้องทำให้สำเร็จ เพื่อปิดการขายให้ได้เมื่อลูกค้าทักแชทมา เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากซื้อมากที่สุด และมีโอกาสสูงสุดในการโน้มน้าวการตัดสินใจ

บทความนี้ SellStory จะมาแนะนำระบบจัดการแชท เพื่อให้ตอบโจทย์ความรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการตอบไว การจัดลำดับความสำคัญ และการแบ่งหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบแชทของทีมงาน จนสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า